ชายนั่งขวางทางรถไฟก่อนถึงสถานีกาญจนบุรีเจอขบวนรถพุ่งชนดับคาที่

วันที่ 01 มี.ค. 2563 เวลา 10:40 น.
ชายนั่งขวางทางรถไฟก่อนถึงสถานีกาญจนบุรีเจอขบวนรถพุ่งชนดับคาที่
ชายนิรนามนั่งขวางรางรถไฟก่อนถึงสถานีกาญจนบุรี ขบวนรถพยายามหยุดแต่ไม่ทันพุ่งชนเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเป็นอุบัติเหตุหรือจงใจฆ่าตัวตาย

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 63 เวลา 05.45 น. ร.ต.อ.นเรศ สุดสาคร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถไฟชนคนเสียชีวิต เหตุเกิดบนรางรถไฟ ช่วงก่อนถึงสถานีกาญจนบุรี ประมาณ 300 เมตร บริเวณริมถนนพัฒนากาญจน์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์

ที่เกิดเหตุ พบรถไฟสายชุมทางหนองปลาดุก-น้ำตก ขบวนที่ 485 หนองปลาดุก – น้ำตก จอดอยู่บนรางรถไฟ โดยใต้ล้อตู้โดยสารที่ 1 พบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนคว่ำหน้าติดอยู่กับรางรถไฟ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงช่วยกันนำผู้เสียชีวิตออกจากล้อเลื่อนรถไฟ

สอบถามพนักงานขับรถไฟคันเกิดเหตุ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะที่กำลังขับรถไฟพาผู้โดยสารจากสถานีชุมทางหนองปลาดุกเดินทางมาใกล้ถึงสถานีรถไฟกาญจนบุรี พบเห็นชายคนดังกล่าว นั่งอยู่บนรางรถไฟ ในลักษณะนั่งหันหลังให้ขบวนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่สถานี

"ได้พยายามเปิดหวูดสัญญาณเตือนและพยายามหยุดรถ แต่เนื่องจากอยู่ในระยะกระชั้นชิด จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน ก่อนจะพุ่งชนร่างของชายคนดังกล่าวเข้าอย่างจังและลากร่างไปไกลกว่า 200 เมตร จึงสามารถหยุดรถไฟได้สำเร็จ เมื่อลงมาตรวจสอบดูก็พบว่าชายคนดังกล่าวเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องขบวนรถไฟ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ"พนักงานขับรถไฟระบุ

เบื้องต้น จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารหลักฐานที่แสดงว่า ผู้เสียชีวิตเป็นใคร มาจากไหน แต่มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าวมักจะเดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณดังกล่าวเป็นประจำ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินตรวจสอบบนรางรถไฟ ช่วงบริเวณจุดที่รถไฟพุ่งชนร่างชายคนดังกล่าว พบกระป๋องกาวที่มีร่องรอยการเปิดใช้งานตกอยู่ 1 กระป๋อง แต่ไม่ทราบว่าเป็นของผู้เสียชีวิตหรือไม่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ หรือ เป็นการจงใจฆ่าตัวตายกันแน่ ซึ่งจะได้สอบสวนเพื่อติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ภาพจาก มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์

บทความแนะนำ