
ฝ่ายค้านจัดเวที ‘เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2’ จี้ส่งคดีถึงศาล
พยาน นักวิชาการ ภาคประชาชน เปิดภาพขบวนการ ชี้มีการวางแผนเป็นระบบตั้งแต่ต้นจนจบ จี้ผู้ถูกพาดพิงควรตอบสังคมมากกว่าที่จะฟ้อง - กกต. ต้องส่งคดีถึงศาล
วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดงานแถลงข่าวและเสวนา ‘เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2’ โดยมีผู้ร่วมอภิปรายจากทั้งในส่วนของภาคประชาชน ภาควิชาการ และตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมถึงพยานบุคคลที่ได้ให้การในคดี มาร่วมเปิดเผยหลักฐานในคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่เกิดขึ้นในปี 2567
พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดเวที ‘ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้วเลือก สว.’ โดยขณะนั้นความกังวลสำคัญที่สุดคือคดีอาจไม่ถูกส่งไปถึงศาล เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ทั้งในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกรรมการบางส่วนได้รับการรับรองจากวุฒิสภา และในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินคดีมีความล่าช้า
สิ่งที่ประชาชนและทุกภาคส่วนสามารถทำได้คือ การทำให้คดีอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส และไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายก่อนถึงกระบวนการยุติธรรม
พริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากพยานในหลายจังหวัด ที่ระบุว่าก่อนวันเลือกมีการจัดตั้งเครือข่าย จ้างผู้สมัคร จ้างผู้ลงคะแนน และวางแผนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การดำเนินการที่เกิดขึ้นเฉพาะในวันเลือก และยังมีข้อมูลจาก iLaw และพยานหลายรายที่บ่งชี้ว่าขบวนการดังกล่าวไม่ได้มีเพียงกลุ่มผู้สมัคร สว. เท่านั้น แต่มีเครือข่ายนักการเมืองและเครือข่ายพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังด้วย
ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังแข่งกับเวลา เพราะยังไม่ทราบว่า กกต. จะมีมติสั่งฟ้องหรือยกคำร้อง ดังนั้นทุกข้อมูลใหม่ที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ก่อนการตัดสินใจครั้งสำคัญ การจัดเวทีครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลทั้งหมดให้เห็นภาพของขบวนการฮั้วเลือก สว. อย่างครบถ้วน
ตัวแทนพยานบุคคล 4 รายที่ร่วมงานวันนี้ ได้ให้ข้อมูลจากประสบการณ์ที่พบเห็นและเข้าร่วมกระบวนการเลือก สว. โดยระบุสอดคล้องกันว่า การเลือก สว. ไม่ได้เป็นไปโดยอิสระ แต่มีการจัดตั้งเครือข่ายและวางแผนล่วงหน้า ตั้งแต่การนัดรวมตัวผู้สมัคร การจัดการเรื่องการเดินทางและที่พัก การแจกโพยรายชื่อและหมายเลขผู้สมัคร ไปจนถึงการกำหนดแนวทางการลงคะแนนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอผลประโยชน์และการประสานงานผ่านบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง โดยพยานหลายรายได้นำข้อเท็จจริงและหลักฐานเข้าให้การต่อดีเอสไอและ กกต. ซึ่งทั้งหมดยืนยันตรงกันว่าพฤติการณ์ทั้งหมดสะท้อนถึงการฮั้วเลือก สว. ที่มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีการกำหนดผลการเลือกไว้ล่วงหน้า
ทางด้าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า คำให้การของพยานทั้ง 4 รายมีความสอดคล้องกันอย่างชัดเจน ทั้งรูปแบบ วิธีการ และรายละเอียดของกระบวนการฮั้วเลือก สว. จึงสะท้อนว่าไม่ได้เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่มีพยานและหลักฐานรองรับ อีกทั้งพยานหลายคนยังเก็บเอกสารและข้อมูลสำคัญไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีในชั้น กกต. ดีเอสไอ และศาล
ขณะที่ สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า คดีฮั้ว สว. ไม่ใช่เพียงการทุจริตเลือกตั้งทั่วไป แต่สะท้อนการใช้เครือข่ายอำนาจและอิทธิพลเข้ายึดกุมสถาบันการเมือง กุมอำนาจรัฐ ผ่านการออกแบบกระบวนการได้มาซึ่ง สว. และการประสานงานอย่างเป็นระบบ จึงเป็นปัญหาที่กระทบต่อโครงสร้างประชาธิปไตยและความชอบธรรมของรัฐ
สิริพรรณ ยังกล่าวต่อไปว่า คดีฮั้ว สว. ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบ โดยเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของวุฒิสภา เพื่อไม่ให้เกิดการใช้อำนาจและเครือข่ายอิทธิพลครอบงำการได้มาซึ่ง สว. ในอนาคตอีกครั้ง
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ระบุว่า เป้าหมายของการเปิดเผยข้อมูลและการตั้งคำถามต่อบุคคลต่างๆ ไม่ใช่การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน แต่เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกพาดพิงออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ หากข้อมูลส่วนใดคลาดเคลื่อนตนก็พร้อมตรวจสอบและแก้ไข ดังเช่นกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการแก้ไขข้อมูลหลังได้รับคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง
ในช่วงท้ายของงานเสวนา พริษฐ์ได้กล่าวสรุปงานเสวนาและข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาในเวลานี้ โดยระบุว่า จากข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้ ทั้งจากพยานบุคคล ภาคประชาชน และ iLaw ทำให้เห็นภาพของขบวนการฮั้วเลือก สว. ที่เป็นระบบ โดยสามารถเรียบเรียงออกเป็น 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
1. การวางแผนยึดกุมวุฒิสภา
2. การจัดตั้งและระดมผู้สมัคร
3. การรวมตัวเพื่อทำโพยก่อนวันเลือก
4. การลงคะแนนตามโพยในวันเลือก
5.การรวมตัวของ สว. หลังได้รับเลือก
แม้หลายประเด็นจะมีหลักฐานสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมได้ดีที่สุดคือ การออกมาชี้แจงของบุคคลที่ถูกพาดพิง โดยเฉพาะการตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับการเข้าร่วมประชุม การติดต่อประสานงาน และความเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร สว. ในช่วงการเลือกตั้ง หากไม่ได้เกี่ยวข้องก็ควรชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา
พริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลที่เปิดเผยในวันนี้เพียงพอที่จะทำให้สังคมเห็นเหตุอันควรสงสัย ว่ามีขบวนการฮั้วเลือก สว. เกิดขึ้นจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเดินหน้ารวบรวมและตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังแข่งกับเวลาก่อนที่ กกต. จะมีมติในคดี
ยิ่งข้อมูลและหลักฐานถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นหลักประกันให้ กกต. และดีเอสไอทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมามากขึ้นเท่านั้น และหากท้ายที่สุด กกต. ไม่ส่งคดีไปยังศาลทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจดังกล่าว
ยิ่งเรามีหลักฐานมาอยู่ในแสงสว่างมากขึ้น ยิ่งสังคมรับรู้ถึงกระบวนการนี้มากขึ้น จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้การทำหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบอย่าง กกต. และดีเอสไอไม่เป็นอิสระจากประชาชน และทำงานอย่างตรงไปตรงมา
ท้ายสุดหากหลักฐานชัด แล้ว กกต.ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล กกต. ก็ต้องคิดหนักว่าพร้อมจะเอาตัวเองมาเสี่ยงติดคุกเพื่อปกป้องคนในระบบสีน้ำเงินหรือไม่







