แจงภาพจนท.-ชาวบ้านเข้าไปพัฒนาเส้นทางในอุทยานฯเขาสก ไม่ใช่ล่าสัตว์

วันที่ 23 ก.พ. 2563 เวลา 20:48 น.
แจงภาพจนท.-ชาวบ้านเข้าไปพัฒนาเส้นทางในอุทยานฯเขาสก ไม่ใช่ล่าสัตว์
โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้แจงภาพเจ้าหน้าที่-ชาวบ้านเข้าไปพัฒนาเส้นทางในอุทยานเขาสกพร้อมพักแรม 1 คืน ไม่ใช่เข้าไปล่าสัตว์ตามที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยบนสังคมออนไลน์

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพและข้อความระบุว่ามีกลุ่มบุคคลนำรถยนต์เข้าไปกางเต็นท์พักแรม ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ลักษณะผ่อนคลายอิริยาบถ ซึ่งสังคมออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กลุ่มบุคคลที่เห็นในภาพอาจเข้าไปในป่าเพื่อกางเต็นท์ล่าสัตว์ป่านั้น

โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลและรายละเอียดจาก นายวิโรจน์ โรจนจินดา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ว่า กรณีที่มีกลุ่มบุคคลนำรถยนต์ และได้เข้าไปกางเต็นท์พักแรม บริเวณคลองแปะ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสกนั้น

ขอชี้แจงว่า แต่เดิมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กม.99 - คลองแปะ เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 7.8 กิโลเมตร ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาสก ได้จัดตั้งเป็นจุดสกัดเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า และอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ป้องกันนักท่องเที่ยวพลัดหลง ซึ่งด้วยสภาพปัจจุบันเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กม.99 - คลองแปะมีสภาพรกทึบ หญ้าขึ้นสูง

ทางเจ้าหน้าที่อำเภอพนม ผู้นำชุมชนและชาวบ้าน จึงร่วมกันเข้าไปพัฒนาตัดหญ้า เพื่อให้มีความโล่งเตียนมากขึ้น เพราะเกรงว่านักท่องเที่ยวจะเกิดอันตรายได้ ซึ่งยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย จึงประสานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองศก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านอำเภอพนมร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสกเข้าไปพัฒนาโดยเข้าพัฒนาพื้นที่ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 โดยได้เข้าไปตัดหญ้าที่รกในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ทั้งนี้เมื่อดำเนินการเสร็จ คณะจึงได้พักแรมบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากแล้ว เกรงว่าฝนตกประกอบกับเส้นทางลาดชัน รถและคณะทำงานอาจจะออกจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ และเมื่อพักค้างแรม? และในวันรุ่งขึ้นจึงได้พากันออกมาจากพื้นที่ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจร่วมพัฒนาเส้นทางแล้ว

ดังนั้นกรณีดังกล่าว จึงไม่ใช่กลุ่มบุคคลภายนอกที่นำรถยนต์เข้าไปค้างพักแรม หรือล่าสัตว์ป่า ตามที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตแต่อย่างใด แต่เป็นกลุ่มพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าไปพัฒนาเส้นทางศึกษา กม.99 - คลองแปะ เพียงเท่านั้น