มหาดไทย-คลังร่วมขับเคลื่อนโครงการคนละครึ่งฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า

วันที่ 22 ต.ค. 2563 เวลา 15:20 น.
มหาดไทย-คลังร่วมขับเคลื่อนโครงการคนละครึ่งฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า
2กระทรวง มหาดไทย-คลัง ร่วมขับเคลื่อนโครงการคนละครึ่งรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการคนละครึ่งผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด คลังจังหวัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมการประชุมผ่านระบบ VCS

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจฐานรากที่ส่งผลกระทบกับประชาชนในระดับพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบ “โครงการคนละครึ่ง” มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก ช่วยให้ภาคประชาชนลดค่าใช้จ่ายของตนเอง ทั้งค่าอาหารและเครื่องดื่มและอื่นๆ  รวมทั้งผู้ประกอบการ/ร้านค้ารายย่อย ร้านค้าทั่วไป เช่น หาบเร่แผงลอย ร้านโชว์ห่วย เป็นต้น ที่ไม่ใช่นิติบุคคลและร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจเฟรนไชส์ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนฐานรากอย่างแท้จริง จึงขอให้ผู้ว่าราชการ นายอำเภอ ปลัดอำเภอในพื้นที่ได้ร่วมกันทำงานกับกระทรวงการคลังเพื่อให้โครงการสำเร็จตามเป้าหมาย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 เห็นชอบและอนุมัติ “โครงการคนละครึ่ง” ของกระทรวงการคลัง ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยเหลือดูแลพ่อค้าแม่ค้าขนาดเล็กที่ประกอบกิจการขายสินค้าหาบเร่แผงลอยที่เป็นบุคคลธรรมดา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563) ลดค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยที่รัฐบาลจะออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง

นางสาวกาญจนา ตั้งปกรณ์ ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มประเภทร้านค้าเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าทั่วไป ร้านค้าของบุคคลธรรมดา หาบเร่ แผงลอย ที่ไม่ใช่นิติบุคคลและไม่ใช่ธุรกิจแฟรนไชส์ (ไม่รวมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกฮอล์และการบริการ) ด้วยการชำระเงินผ่าน G-Wallet แอปพลิเคชั่น "ถุงเงิน" โดยประชาชนจะชำระเงินร้อยละ 50 และภาครัฐจะชำระอีกร้อยละ 50 วันละไม่เกิน 150 บาท/คน รวมไม่เกินคนละ 3,000 บาท ตลอดโครงการ โดยผู้ประกอบการจะได้รับเงินคืนในวันรุ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้า และการตรวจสอบร้านค้า เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว ในการลงทะเบียนร้านค้าให้มากยิ่งขึ้น จึงขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนร้านค้าเข้าร่วมโครงการ และรับรองผู้ประกอบการร้านค้า ตามที่กำหนด เพื่ออำนวยความสะดวก และความรวดเร็ว ของการลงทะเบียนร้านค้า ในโครงการคนละครึ่ง ต่อไป

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก มีเป้าหมายผู้ประกอบการร้านค้า จำนวน 1 ล้านราย และเป้าหมายประชาชน (ผู้ซื้อ) 10 ล้านราย ดังนั้น ทุกจังหวัด/อำเภอ จะต้องทำให้ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยและประชาขนเข้าใจการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ยืนยันสถานะการเป็นผู้ประกอบการรายย่อย

นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ขอให้นายอำเภอ และปลัดอำเภอประจำตำบล เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผ่านกลไกช่องทางการสื่อสารทั้งหอกระจายข่าวและการประชุมทุกระดับ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือ คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการในการเข้าร่วมโครงการ โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องเป็นผู้ยืนยันสถานะร้านค้าและผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ ต้องสนับสนุนและอำนวยความสะดวกธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่ จัดชุดเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เชิงรุกเข้าไปในพื้นที่ในแต่ละตำบลเพื่อรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมโครงการ

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ พัฒนากร รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยในการเข้าร่วม “โครงการคนละครึ่ง” เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เดินไปได้ เมื่อผู้ประกอบการร้านค้าลงทะเบียนมากขึ้น ประชาชนจะมีช่องทางใช้เงินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน