posttoday

GISTDA เตรียมดัน “เมืองพัทยา” Smart City เมืองอัจฉริยะเต็มขั้น!

17 มกราคม 2569

GISTDA เตรียมดัน “พัทยา” เมืองอัจฉริยะเต็มขั้น! ใช้นวัตกรรม Basemap–Digital Twin วางโครงสร้างข้อมูล บริหารเมืองทั้ง 6 มิติ

KEY

POINTS

  • GISTDA เสนอแนวทางผลักดันเมืองพัทยาสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเป็นรากฐาน
  • ใช้เทคโนโลยีหลัก 2 อย่างคือ "Basemap" แผนที่ฐานความละเอียดสูง และ "Digital Twin" เมืองจำลอง 3 มิติ เพื่อวิเคราะห์และจำลองสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้า
  • มุ่งยกระดับการจัดการเมืองในด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การจราจร และการท่องเที่ยว เพื่อเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาปลายเหตุเป็นการวางแผนรับมืออย่างแม่นยำ

เมืองพัทยา กำลังเตรียมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่สมบูรณ์แบบ ล่าสุด GISTDA ได้นำเสนอแนวทางบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูล (Data Infrastructure) ให้กับเมืองพัทยา โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีหัวใจสำคัญอย่าง Basemap และ Digital Twin มาเป็นกุญแจหลักในการบริหารจัดการเมือง

 

 

การยกระดับครั้งนี้จะเปลี่ยนพัทยาจากการ "แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ" สู่การ "วางแผนและรับมืออย่างแม่นยำ" ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ดังนี้

 

1. วางรากฐานเมืองด้วย "Basemap" ความละเอียดสูง

จุดเริ่มต้นของ Smart City คือการมีแผนที่ที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน GISTDA จะนำข้อมูลจากดาวเทียมมาจัดทำ Basemap หรือแผนที่ฐานที่มีความละเอียดสูง เพื่อใช้เป็น "ผืนผ้าใบหลัก" ในการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน โดยเชื่อมโยงกับมิติสำคัญคือ

  • Green Area & Carbon (พื้นที่สีเขียวและคาร์บอน) ใช้แผนที่ระบุพิกัดและคำนวณพื้นที่สีเขียวรายแปลงได้อย่างแม่นยำ เพื่อสนับสนุนนโยบาย Pattaya Go Green ช่วยในการประเมินศักยภาพการดูดซับคาร์บอน (Carbon Sequestration) ของต้นไม้ในเมือง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
  • Safety (ความปลอดภัยในเชิงกายภาพ) ใช้ตรวจสอบจุดอับสายตา พื้นที่เสี่ยง หรือจุดที่แสงสว่างเข้าไม่ถึง บนโครงสร้างพื้นฐานจริง เพื่อวางแผนติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV ได้ตรงจุด
  • Tourism (การท่องเที่ยว) สร้างฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและสาธารณูปโภคที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลพิกัดสถานที่ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ

 

2. จำลองสถานการณ์เสมือนจริงด้วย "Digital Twin"

เมื่อมีแผนที่ฐานที่แม่นยำแล้ว ก้าวต่อไปคือการสร้าง Digital Twin หรือแบบจำลองเมืองเสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งเกิดจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาล เพื่อ "จำลองปัญหาก่อนเกิดจริง" ในมิติต่างๆ

  • การจัดการน้ำท่วม โดยการจำลองทิศทางการไหลของน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนัก วิเคราะห์คอขวดของท่อระบายน้ำ และจำลองสถานการณ์น้ำท่วมขังในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อวางแผนการระบายน้ำและการป้องกันล่วงหน้าได้อย่างตรงจุด
  • มลพิษทางอากาศ โดยการจำลองรูปแบบการเคลื่อนตัวของฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศตามทิศทางลมและตึกสูง เพื่อแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงและวางแผนลดแหล่งกำเนิดมลพิษ
  • การจัดการจราจร โดยการจำลองสภาพการจราจร (Traffic Simulation) เพื่อวิเคราะห์จุดรถติด และทดลองปรับเปลี่ยนการเดินรถหรือสัญญาณไฟในระบบจำลอง เพื่อหาโซลูชันที่ทำให้รถไหลลื่นที่สุดก่อนนำไปใช้จริง

 

3. ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยข้อมูล Real-time

นอกจากการวางผังเมืองแล้ว เทคโนโลยีอวกาศยังช่วยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์รายวัน เพื่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจของเมือง เช่น

  • การเชื่อมโยงข้อมูลจราจรและอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์เข้าสู่ศูนย์บัญชาการ เพื่อการสั่งการแก้ไขปัญหาหน้างานและการกู้ภัยที่รวดเร็วที่สุด
  • การรายงานสภาพอากาศ คุณภาพอากาศ (PM 2.5) และสถานการณ์น้ำท่วม ให้นักท่องเที่ยวรับทราบผ่านแอปพลิเคชันหรือป้ายอัจฉริยะ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา

 

การนำเสนอแนวทางของ GISTDA ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการนำ Basemap และ Digital Twin มาใช้ขับเคลื่อนทั้ง 6 มิติสำคัญ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม, อากาศ, น้ำ, ความปลอดภัย, จราจร, และการท่องเที่ยว ถือเป็นนวัตกรรมการบริหารเมืองยุคใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเมืองพัทยาและ GISTDA ในเร็วๆ นี้

ข่าวล่าสุด

จีนกวาดล้างคอร์รัปชัน ปราบข้าราชการระดับสูง 69 รายเซ่นปมทุจริต