
"อนุทิน" รุดเยี่ยม ผู้ประสบเหตุรถไฟชนรถเมล์สั่งเยียวยาเต็มที่
"นายกฯ อนุทิน" ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้บาดเจ็บรถไฟชนรถเมล์แยกอโศก-ดินแดง สั่งเยียวยาเหยื่อเต็มที่และเร่งหาสาเหตุป้องกันซ้ำรอย
17 พ.ค. 2569 เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณแยกอโศก - ดินแดง ซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลคามิลเลียน แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจำนวน 6 ราย พร้อมทั้งสอบถามอาการจากแพทย์และพูดคุยให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้ป่วย โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลและการเยียวยาในทุกมิติอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประกันภัย กองทุนช่วยเหลือ หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวในช่วงหนึ่งว่า "ขอให้ญาติอย่าได้กังวล รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการเยียวยา เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด"
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบกระเช้าผลไม้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว พร้อมกล่าวขอบคุณบาทหลวงรวมถึงทีมแพทย์ของโรงพยาบาลคามิลเลียนที่รับดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและตนรู้สึกปวดร้าวใจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ขอยืนยันว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะร่วมมือกันดูแลทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากการให้บริการสาธารณะซึ่งภาครัฐต้องรับผิดชอบ
สำหรับแนวทางการป้องกันในอนาคต นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างรอบด้าน เพื่อนำบทสรุปที่ชัดเจนมาใช้กำหนดมาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุสลดในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำอีก
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ร่วมเดินทางเป็นผู้แทนลงพื้นที่เยียวยาและเยี่ยมเยียนผู้บาดเจ็บตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อติดตามอาการและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดต่อไป







