มท.1 กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

วันที่ 26 มี.ค. 2563 เวลา 21:54 น.
มท.1 กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
"อนุพงษ์"ประชุมด่วนผู้ว่าฯทั่วประเทศกำชับให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ย้ำมาตรการป้องกันสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19 และสร้าง Social Distancing

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference) ไปยังศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในสังกัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารระดับสูง ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้มีการแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พล.อ.อนุพงษ์ ย้ำว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ตั้งแต่การแยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกตอาการ อย่างเข้มงวด และให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสร่างกายจากการทักทายหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนหมู่มาก รวมถึงการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้าน ลดการเดินทาง เพื่อสกัดกั้นและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง

ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดฯ รวมทั้งบูรณาการทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด และขอให้ทุกจังหวัดได้รวบรวมประกาศจังหวัดซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ใช้อำนาจในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ตามมาตรา 35 แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่ได้มีผลใช้บังคับก่อนข้อกำหนดดังกล่าว มายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป