แฮกเกอร์ถล่มเว็บอิหร่าน หลังสหรัฐ-อิสราเอลโจมตี เสี่ยงสงครามไซเบอร์
เว็บไซต์และแอปศาสนาในอิหร่านถูกแฮ็กพร้อมเหตุโจมตีทางทหาร อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศสะดุด ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงตอบโต้ไซเบอร์ขยายวง
ปฏิบัติการทางไซเบอร์ระลอกใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ควบคู่กับการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ระบุว่า มีการแฮ็กเว็บไซต์ข่าวหลายแห่งและแอปพลิเคชันยอดนิยมของอิหร่าน เพื่อเผยแพร่ข้อความเชิงปลุกเร้าและกดดันรัฐบาลเตหะราน
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือแอปพลิเคชันปฏิทินศาสนา “BadeSaba” ซึ่งมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 5 ล้านครั้ง โดยหน้าจอแอปถูกเปลี่ยนให้แสดงข้อความว่า “ถึงเวลาสะสางบัญชี” พร้อมเรียกร้องให้กองกำลังติดอาวุธวางอาวุธและเข้าร่วมกับประชาชน นักวิเคราะห์มองว่าการเลือกโจมตีแอปดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ที่คำนวณมาแล้ว เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลและเคร่งศาสนา
โฆษกกองบัญชาการไซเบอร์สหรัฐ (U.S. Cyber Command) ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อินเทอร์เน็ตระบุว่า การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในอิหร่านลดลงอย่างรวดเร็วในเวลา 07.06 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช และลดลงอีกครั้งในเวลา 11.47 น. เหลือเพียงการเชื่อมต่อในระดับจำกัด
รายงานจากสื่ออิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการไซเบอร์ยังมุ่งเป้าไปยังบริการภาครัฐและเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เพื่อจำกัดศักยภาพในการตอบโต้แบบประสานงาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองภัยคุกคามเตือนว่า ความเป็นไปได้ที่กลุ่มตัวแทนหรือแฮ็กติวิสต์ที่ฝักใฝ่อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้ ทั้งต่อเป้าหมายทางทหาร พาณิชย์ หรือพลเรือนของสหรัฐและอิสราเอล กำลังเพิ่มสูงขึ้น รูปแบบการโจมตีอาจรวมถึงการนำข้อมูลรั่วไหลเก่ามาขยายผล การพยายามเจาะระบบอุตสาหกรรมที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) เพื่อทำให้ระบบล่ม
บริษัทด้านความมั่นคงไซเบอร์หลายแห่งระบุว่า ขณะนี้พบสัญญาณการสอดแนมทางไซเบอร์และการเริ่มต้นโจมตี DDoS ที่สอดคล้องกับกลุ่มภัยคุกคามที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐอิหร่านได้ดำเนินการโจมตีแบบ “wiper” ซึ่งมุ่งลบข้อมูลในระบบเป้าหมายของอิสราเอลก่อนหน้าการโจมตีทางทหาร
แม้อิหร่านมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นภัยคุกคามไซเบอร์ต่อสหรัฐควบคู่กับรัสเซียและจีน แต่การตอบโต้ก่อนหน้านี้ของเตหะรานต่อการโจมตีในดินแดนตนเองค่อนข้างจำกัด โดยเหตุการณ์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังสหรัฐโจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ของอิหร่าน แทบไม่ปรากฏการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ นอกจากการหยุดชะงักของบริการอินเทอร์เน็ตในกรุงติรานา ประเทศแอลเบเนียในช่วงสั้น ๆ
สถานการณ์ล่าสุดจึงถูกจับตาว่าอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปะทะในมิติไซเบอร์ที่เข้มข้นขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย.


