“อนุทิน” เยี่ยมทหารเหยียบทุ่นระเบิด ย้ำกองทัพพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดน
“ อนุทิน”เยี่ยมให้กำลังใจพลทหารบาดเจ็บที่สุรินทร์ ยืนยันไทยยึดกติกาสากล กองทัพพร้อมทุกสถานการณ์ เร่งเก็บกู้ทุ่น–ตรวจเหตุคลังแสงระเบิด
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจพลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ สังกัดหน่วย ร้อย.ร.233 (ร.23 พัน.3) ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณฐานปฏิบัติการเอราวัณ ช่องระยี พื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา อำเภอกาบเชิง เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
คณะแพทย์รายงานว่าอาการของพลทหารเดชศักดิ์ปลอดภัยแล้ว และอยู่ระหว่างพักฟื้นภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด โดยภายหลังเมื่อร่างกายมีความพร้อม จะส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร เพื่อรับขาเทียมพระราชทาน
ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้และกระเช้าสิ่งของแก่ผู้บาดเจ็บ และทรงรับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ สร้างความปลาบปลื้มแก่กำลังพลและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
นายกรัฐมนตรีได้สอบถามอาการ พร้อมกล่าวชื่นชมในความเสียสละ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิ สวัสดิการ และการปูนบำเหน็จตามระเบียบอย่างครบถ้วน พร้อมย้ำให้เพิ่มความระมัดระวังในการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลือในพื้นที่ และเข้มงวดการตรวจสอบแนวรับผิดชอบอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์ชายแดนจะมีความตึงเครียด แต่ทหารไทยยังคงยึดมั่นในกฎกติกาสากลอย่างเคร่งครัด และกองทัพมีความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ และติดตามข้อมูลจากกองทัพเป็นหลัก ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการเร่งระดมเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเต็มกำลัง โดยใช้อุปกรณ์และเครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
ต่อมา เวลา 17.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้และระเบิดภายในคลังสรรพาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 อำเภอเมืองสุรินทร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงเกิดภายในคลังแสงก่อนลุกลามและเกิดการระเบิดต่อเนื่อง ส่งผลให้เสียหาย 2 คลัง จากทั้งหมด 7 คลัง ที่ใช้เก็บกระสุนปืนและเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี
สันนิษฐานว่าเหตุอาจเกิดจากการปะทุของอุปกรณ์จุดระเบิด ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัดและอาวุธที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 39 ปี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ EOD และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ เพื่อลดความสับสนและป้องกันข่าวลือที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในพื้นที่.


