posttoday

ล้วงลึก! "กรณีแพทยสภาพักใบอนุญาตแพทย์" แจ้งผลการพิจารณาแล้ว-บางรายผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านอย.

02 มีนาคม 2569

ล้วงลึก! "กรณีแพทยสภาพักใบอนุญาตแพทย์" ที่จะปรากฎอาทิตย์นี้ แหล่งข่าวเผย แจ้งผลการพิจารณาต่อแพทย์แล้ว บางรายมีการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านอย. ส่วนกรณีการพูดถึงนวัตกรรมบนเวทีวิชาการ เป็นการพูดถึงเทรนด์ทางการแพทย์ แต่ผลิตภัณฑ์ยังต้องผ่านการรับรอง

กรณีพักใบใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ ที่จะมีการอัปเดตรายละเอียดในเว็บไซต์ของ "แพทยสภา" ซึ่งจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการแพทย์ในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องจากไม่เคยมีการเปิดเผยมาก่อน จนเป็นช่องโหว่ให้แพทย์ที่กระทำความผิดบางคนกระทำผิดซ้ำ และอาจส่งผลเสียมหาศาลต่อประชาชน

 

 

ฟังจากเวทีวิชาการ แต่เมื่อนำมาใช้ต้องผ่าน อย.

 

รายงานข่าวล่าสุดของ โพสต์ทูเดย์ แหล่งข่าวยกตัวอย่างกรณีแพทย์รายหนึ่งซึ่งอ้างว่าได้ รู้จักนวัตกรรมดังกล่าวบนเวทีของ "แพทยสภา"  ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลังไปในปี 2557  ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นมีการจัด มหกรรมรวมพลคนรักสุขภาพ เนื่องในโอกาสที่แพทยสภาครบรอบ 46 ปี ในวันที่ 5-7 พ.ย. 2557 จริง ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยจัดที่ห้อง 104 

ส่วนการประชุมสามัญของแพทยสภาโดยปกตินั้น จะเป็นการประชุมที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คณะกรรมการเข้าร่วมประชุม  

 

 

สำหรับรายละเอียดของการจัดงาน มหกรรมรวมพลคนรักสุขภาพ ดังกล่าว อ้างอิงจาก MGR Online ระบุว่า

 

" กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย ส่วนนิทรรศการ กิจกรรมบนเวทีกลาง และงานพิธีการในห้องประชุม Grand Hall โดยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ บูทปรึกษาและไขปัญหาสุขภาพ โดยกรมการแพทย์ การลดพุงลดอ้วน โดยกรมอนามัย บริการนวดแผนไทย และการฝังเข็ม โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลรัฐ และ รพ.เอกชนชั้นนำจะมาให้บริการตรวจสุขภาพ สุขภาพฟัน การตรวจตา การตรวจหู"

นอกจากนี้ ยังมีการระบุว่ามี "การให้ความรู้ด้านศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวย” โดยนายกสมาคมศัลยกรรมและเวชกรรมเพื่อการเสริมสวยแห่งประเทศไทย  รวมถึง "การประชุมวิชาการทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ศัลยกรรมความงามไทยปะทะศัลยกรรมความงามเกาหลี"

 

แหล่งข่าวระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่บนเวทีวิชาการจะมีการพูดถึง งานวิจัย หรือเทคโนโลยีและความเป็นไปได้ของวงการแพทย์ ซึ่งต้องเข้าใจว่า การพูดบนเวทีวิชาการมักจะเป็นการสื่อสารเรื่อง "เทรนด์ทางการแพทย์" "งานวิจัยในต่างประเทศ" ที่น่าสนใจและเป็นประเด็นในช่วงเวลานั้น ซึ่งในปี 2557 มีการพูดถึงประเด็นศัลยกรรมพลาสติกซึ่งกำลังร้อนแรงและเป็นประเด็น ณ ขณะนั้นด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า "พูดอะไร" เพราะเป็นเวทีวิชาการที่พูดถึงงานวิจัย และเทรนด์ทางการแพทย์

 

แต่ในฐานะผู้ประกอบการ และนักธุรกิจ หรือแม้แต่แพทย์เอง หากจะนำผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือแม้แต่ยามาใช้ สิ่งแรกอันเป็นพื้นฐาน เพื่อแสดงถึงการรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย หรือประชาชน คือ

 

อุปกรณ์ทางการแพทย์และยา รวมถึงอาหารเสริม ต้องผ่านการรับรองจาก อย. ก่อนเสมอ

 

ตามปกติ สำหรับกระบวนการรับรองผลิตภัณฑ์ยาและอาหารเสริมนั้น ความรับผิดชอบในส่วนนี้ จะเริ่มต้นจาก ผู้ประกอบการหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ ที่มีหน้าที่ "รับผิดชอบ" ดูว่าผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาใช้มีการขึ้นทะเบียนกับอย.หรือไม่ หรือหากเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองก็ควรจะต้องผ่านการรับรองของ อย.ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนมาเป็นสำคัญ

 

แม้นวัตกรรมหรือยาใดมีการใช้งานได้แล้วในเมืองนอก  มีงานวิจัยรองรับ หรือเป็นเทรนด์ทางการแพทย์ที่ถูกพูดบนเวที  ผลิตภัณฑ์นั้นยังต้องเข้ากระบวนการผ่านการรับรองจาก อย. ก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วย หรือผู้บริการ 

 

เพราะการรับรองนี้มี 2 ส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนคือ รับรองประสิทธิผล และรับรองความปลอดภัย 

 

 

เพราะฉะนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าได้ยินเทคโนโลยีอะไร  หรือรู้จักจากที่ไหน?

การพิจารณาความผิด เกิดขึ้นได้นั้น อยู่ที่ว่า

ผลิตภัณฑ์ "ได้รับการรับรองจากอย. หรือไม่"

 

ประชาชนควรระมัดระวัง ว่าจะซื้อหรือใช้เพราะฟังจากแพทยสภา หรือแพทย์ชื่อดังทั่วโลกก็ตาม จะต้องควบคู่กับการผ่านการรับรองจาก อย.ทุกครั้ง

เนื่องจาก แพทยสภา ไม่มี "หน้าที่" รับรองหรือเปิดให้มีการซื้อขายนวัตกรรม การใช้นวัตกรรมใดๆ ก็ตามจำเป็นต้องผ่าน อย. เป็นผู้รับรองผลิตภัณฑ์ก่อนเสมอ 

 

ทั้งนี้ มีการระบุจากรายงานข่าวว่า หลายกรณีที่แพทยสภาดำเนินการ เป็นการส่งเรื่องมาจาก สคบ. หรือ อย. เพื่อให้แพทยสภาตรวจสอบจริยธรรมของแพทย์ผู้กระทำความผิด ที่นำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการรับรอง หรือ ไม่ถูกกฎหมาย เข้ามาใช้กับผู้รับบริการ ซึ่งบางเคสมีตัวผู้เสียหาย ซึ่งก็คือ "ประชาชนทั่วไป" เป็นผู้ร้องเรียน  ซึ่งความเสียหายบางรายทะลุหลักล้านบาท

 

 

บางรายทำผิดซ้ำจนถูกตัดสินว่ากระทำความผิดถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาตฯ

 

รายงานข่าวยังยกตัวอย่างกรณีแพทย์รายหนึ่งที่ถูกร้องเรียนมานานประมาณ 4-5 ปี รวมมากกว่าหลายสิบคดี เกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริงและเป็นเท็จ รวมถึงการทำหัตถการหลายชนิดที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน (รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านอย.)

 

แพทย์รายดังกล่าวได้สู้คดีจนถึงศาลปกครอง ซึ่งศาลมีคำสั่งให้แพทยสภาไปทบทวนขั้นตอนให้ครบถ้วน แพทยสภาจึงได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลจนเสร็จสิ้น และ ยืนยันมติลงโทษตามเดิม โดยมติของคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกแพทย์ ตัดสินให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ฐานกระทำผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม

 

โดยได้แจ้งผลการตัดสินให้ผู้ถูกร้องเรียนทราบแล้ว

 

และยืนยันอีกครั้งว่า การที่ศาลปกครองสั่งให้ทบทวนขั้นตอนนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้ยกเลิกการลงโทษ แต่เป็นการให้ตรวจสอบและทบทวนกระบวนการให้ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งแพทยสภาได้ดำเนินการจนสิ้นสุดกระบวนการแล้ว ด้วยการยืนยันคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต  คาดว่าจะประกาศผลในเร็วๆ นี้ และอาจมีรายละเอียดปรากฎว่าโดนพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในเว็บไซต์ของ แพทยสภา ที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการระบุรายละเอียดไว้นั่นเอง

 

ทั้งนี้ แหล่งข่าวยืนยันว่ากรณีนี้มีการส่งรายชื่อผลิตภัณฑ์บางอย่างตรวจสอบกับทาง อย. และไม่พบการขึ้นทะเบียนกับทาง อย. ในเวลานั้นแต่อย่างใด

 

....

 

ทั้งนี้ รายงานข่าวตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าเมื่อตรวจสอบงานที่จัดในศูนย์การประชุมแห่งชาติไบเทค บางนา ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า มีการจัดงาน Cosmex และ In-Cosmetic Asia 2014 ในวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2557 โดยจัดขึ้นที่ห้อง 101-103 ซึ่งอยู่ข้างๆ กับห้อง 104 ซึ่งแพทยสภาจัดงาน

สำหรับงาน in-cosmetics Asia 2014 เป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมชั้นนำของเอเชียด้านวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล โดยมีซัพพลายเออร์วัตถุดิบระดับโลกมากกว่า 400 ราย นำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ให้แก่ผู้ผลิตเครื่องสำอางจากทั่วเอเชียและนานาชาติ

ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าว มีประชาชนที่สนใจโดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรมความงามเดินชมบริเวณดังกล่าวในไบเทคบางนาเป็นจำนวนมาก เรียกว่า ถ่ายรูป เก็บโบรชัวร์ผลิตภัณฑ์ เก็บคอนเนคชันทางธุรกิจได้แบบจุใจ สะท้อนถึงเทรนด์ด้านนวัตกรรมความงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในหมู่ประชาชนและแวดวงวิชาการในช่วงเวลาดังกล่าว

 

....

 

ท้ายสุด ในกรณีผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ หรืออาหารเสริม

จะได้ยินจากเวทีไหน ใครบอกว่าใช้ได้ไม่ได้ หรือเทรนด์ทางการแพทย์ไปถึงไหนแล้ว 

อาจไม่สำคัญเท่ากับ "ยา" หรือ "อุปกรณ์ทางการแพทย์" ที่จะใช้ ผ่าน อย. แล้วหรือยัง?

 

เพราะนั่นคือมาตรฐาน "ความปลอดภัย" ขั้นพื้นฐาน ที่สะท้อนถึง "ความจริงใจ"

และสะท้อนถึงความเป็น "มืออาชีพ" ของผู้ประกอบการ และแพทย์ ต่อ "ประชาชน" โดยแท้.

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์ถล่มเว็บอิหร่าน หลังสหรัฐ-อิสราเอลโจมตี เสี่ยงสงครามไซเบอร์