posttoday

อัยการฟ้องแล้ว "7 ผู้ต้องหาขายหน้ากากเกินราคา"

19 มีนาคม 2563

อัยการสั่งฟ้อง 7 ผู้ต้องหาขายหน้ากากอนามัยเกินราคา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพระบุรู้เท่าไม่ถึงการณ์พร้อมมอบของกลางเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 63 พ.ต.ท.ปริญญา ปาละ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. ควบคุมตัว ผู้ต้องหารวม 7 คน กรณีนำหน้ากากอนามัย มาขายในราคาเกินมาตรฐานกำหนด พร้อมสำนวนการสอบสวน ส่งให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 และอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 3 เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล ภายหลังผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและยินยอมมอบของกลางเพื่อให้แก่สาธารณะประโยชน์

โดยแยกดำเนินคดีเป็นรายคน 7 สำนวน ในความผิด ตาม พ.รบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่ห้ามผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการใดๆ โดยจงใจที่จะทําให้ราคาต่ำเกินสมควรหรือสูงเกินสมควร หรือทําให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการใด , ผู้ใดไม่แสดงราคาหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกำหนด มาตรา 29, 40 ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

พ.ต.ท.ปริญญา เปิดเผยว่า คดีนี้ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาคาศัย ผบก.ปคบ. ได้กำชับว่าเห็นควรให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่กระทำผิดฐานขายหน้ากากเกินราคาที่กำหนดให้รวดเร็ว เพื่อจะได้นำของกลางในคดีมาใช้ประโยชน์

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 7 คนที่แยกฟ้องเป็น 7 คดี มีความสำนึกผิดในการกระทำ เพราะที่ทำผิดไปโดยไม่ทราบว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทั้งนี้ยินดีมอบของกลางให้เจ้าหน้าที่รัฐไปส่งต่อให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลน รวมถึงประชาชนที่เดือดร้อน

"คดีในลักษณะนี้จะเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป เพราะหน้ากากอยู่ในภาวะขาดแคลน เมื่อมีการดำเนินคดีและยึดไว้นานไม่มีประโยชน์ ควรรีบดำเนินคดีให้รวดเร็ว โดยผู้ต้องหาสำนึกผิดในการกระทำ"

พ.ต.ท.ปริญญา กล่าวอีกว่า คดีนี้ได้รับการสนับสนุนจากอัยการที่กรุณายื่นคำฟ้องให้ ซึ่งเป็นการป้องปรามให้ประชาชนทั่วไปไม่กระทำผิด โดยขายสินค้าเกินราคามีโทษสูง จะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29, 40 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยคดีขึ้นอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญา

ขณะที่จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ทราบว่าต้องการกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่มีความผิดโทษสูง แต่เมื่อถูกจับกุมและทราบถึงบทลงโทษ รวมถึงเป็นการกระทำเป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้ต้องหาจึงเกิดความสำนึกผิด

ด้าน หนึ่งในผู้ต้องหา ให้สัมภาษณ์ระบุว่า กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยซื้อหาหน้ากากอนามัยมาจากอินเทอร์เน็ตหวังเพียงกำไรแค่เล็กน้อย ไม่คิดว่ามีโทษสูงขนาดนี้ ตอนทำผิดไม่ได้ตั้งใจ โดยหน้ากากอนามัยที่ซื้อมามีต้นทุนอยู่ที่ 14 บาท/ชิ้น และนำมาวางขายที่หน้าร้านในราคา 15 บาท/ชิ้น ไม่ได้จำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ โดยคดีนี้ให้บทเรียนว่าไม่ควรฉวยโอกาสในช่วงคนที่กำลังเดือดร้อน อย่างไรก็ดีขอให้รัฐหาหน้ากากอนามัยมาขายในราคา 2.50 บาทได้โดยไวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ข่าวล่าสุด

วิบากกรรม “3 พรประภา” คดีปั่นหุ้น MORE ศาลไม่ให้ประกันตัว