รพ.เอกชนขาดแคลนหน้ากากอนามัยขั้นวิกฤต เผยหาซื้อไม่ได้เพราะเป็นสินค้าควบคุม
สมาคมโรงพยาบาลเอกชนร้อง รมว.สาธารณสุข เผยขาดแคลนหน้ากากอนามัยขั้นวิกฤต ไม่สามารถหาซื้อได้เพราะเป็นสินค้าควบคุม แถมขอซื้อจากกรมการค้าภายในกลับได้รับคำตอบให้รอคิว
สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ทำหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยแจ้งว่า ขณะนี้โรงพยาบาลเอกชนประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยสำหรับใช้ในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ในขั้นวิกฤต
หนังสือดังกล่าวระบุว่า โรงพยาบาลเอกชนมีการรับคนไข้ที่มีความเสี่ยงมากกว่า 70% ในโรงพยาบาล แต่ปัจจุบัน โรงพยาบาลเอกชนประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย เข้าขั้นวิกฤต และโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งไม่มีหน้ากากอนามัยใช้แล้ว บุคลากรทางการแพทย์ต้องใช้หน้ากากผ้า ซึ่งมีความเสี่ยงมาก
ทางโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งไม่สามารถจัดซื้อ/จัดหาหน้ากากอนามัยได้เพราะกรมการค้าภายในได้ประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม แและโรงงานผู้ผลิตต้องจัดส่งให้กับกรมการค้าภายในเท่านั้น ไม่สามารถจำหน่ายให้กับโรงพยาบาลได้ และโรงพยาบาลเอกชนได้ติดต่อขอซื้อหน้ากากอนามัยจากทางกรมการค้าภายใน แต่ได้รับคำตอบว่า ให้แจ้งเข้าไปเพื่อเข้าระบบการรอคิว
หากไม่มีหน้ากากอนามัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ที่มีความเสี่ยงในการติดโรคในโรงพยาบาลเอกชน อาจจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างและร้ายแรงมากขึ้น และจะไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้
สมาคมโรงพยาบาลเอกชนในฐานะผู้แทนของโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 250 แห่งทั่วประเทศจึงได้ทำการสำรวจจำนวนหน้ากากอนามัยขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในแต่ละวัน และขอความอนุเคราะห์ให้ รมว.สาธารณสุข ได้โปรดจัดสรรหน้ากากอนามัยให้กับโรงพยาบาลเอกชนเพื่อที่โรงพยาบาลเอกชนจะสามารถควบคุมป้องกันไม่ให้มีการระบาดมากกว่านี้ หรือให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถจัดซื้อ/จัดหาได้จากที่ใดเพื่อให้มีใช้ได้


