กางแผน3ปีปฎิบัติการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 14:40 น.
กางแผน3ปีปฎิบัติการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน
24 หน่วยงานภายใต้คณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ขานรับแผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2563 -2565 พร้อมหนุนเสริมชุมชนในทุกมิติ

นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดกิจกรรม การส่งมอบแผนปฏิบัติการการ ท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2563-2565 ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพภาคเครือข่ายการ ท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อส่งมอบแผนปฏิบัติการฯ ให้กับผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในคณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชนนำไปบูรณาการการทำงานร่วมกัน ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “การ ท่องเที่ยวโดยชุมชนของไทยพัฒนาสู่สากลอย่างมีเอกภาพ ยกระดับ มาตรฐานบนฐานการรักษา และ จัดการทรัพยากรชุมชนอย่างสร้างสรรค์สู่ชุมชนแห่งความสุขและยั่งยืน”

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท. ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “แผนปฏิบัติการการ ท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนฉบับนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินการทบทวนแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดย ชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2559 – 2563 (CBT Thailand) ซึ่งแผนฯ ดังกล่าวเกิดมาจากผลสำเร็จอย่างเป็น รูปธรรมในการพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน จำนวน 14 ชุมชนในพื้นที่พิเศษ โดย อพท. ได้ ดำเนินการพัฒนาศักยภาพชุมชนต้นแบบร่วมกับคณะกรรมการรับรองแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่ง ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ มีการบริหารจัดการโดยคนในชุมชน และเกิดการสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง” รัฐบาล เห็นความสำคัญและมอบนโยบายในการขยายผลการพัฒนาและการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยมุ่ง เป้าหมายสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

หลักการการทบทวนแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2563 – 2565 แผน นี้ จัดทำขึ้นภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยการสัมภาษณ์และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น รวมถึงเวทีผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยว จากผลการประชุม คณะ ที่ประชุมได้ ปรับเปลี่ยนชื่อแผนเป็นแผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นแผนระดับ 3 และเพิ่มเติมความ เชื่อมโยงและสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนทุกระดับ เพื่อผลสัมฤทธิ์ตอบเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นเอกภาพ ในทิศทางเดียวกันของ 24 หน่วยงานภายใต้คณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาค การศึกษาและองค์กรชุมชน จากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาเป็น ผู้ดำเนินการทบทวนแผนฯ

แผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่ งยืน พ.ศ. 2563 – 2565 มีแนวคิดหลักในการ พัฒนาตามองค์ประกอบ 4 ประการ ได้แก่

1. แหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทยมีมาตรฐาน และมีคุณภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว ได้ รวมทั้งเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนทั้งในและต่างประเทศ

2. ยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยการเพิ่มคุณค่า มูลค่า

3. เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ในทุกระดับ

4. ส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม บนฐานเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่ ชุมชนแห่งความสุขอย่างยั่งยืน

ด้านนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานการส่งมอบแผนปฏิบัติการ การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ.2563-2565 กล่าวว่า “แผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวโดยชุมชน อย่างยั่งยืน ปี พ.ศ.2563-2565 เป็นเป้าหมายที่หน่วยงานในคณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร่วมกันกำหนด และวางกรอบการทำงานเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการภาคีทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน เชื่อมโยงการทำงาน ร่วมกันทั้งห่วงโซ่ คุณค่าการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและได้รับผลประโยชน์จากการ ท่องเที่ยวโดยตรง ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล พัฒนาชุมชนฐานรากของประเทศให้มีศักยภาพในการจัดการและ ดูแลทรัพยากรท้องถิ่นของชุมชนบนฐานการพึ่งพาตนเอง ความพอเพียงและยั่ งยืน นำไปสู่เป้าหมายการ อนุรักษ์อัตลักษณ์วิถีวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ สร้างโอกาสการมีงานทำ สร้างรายได้และกระจาย รายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในที่สุด