"บรรยิน"ยังปากแข็งปฏิเสธส่วนทีมอุ้มฆ่าสารภาพแล้ว 5 รายตร.ฝากขังค้านประกัน

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 14:59 น.
"บรรยิน"ยังปากแข็งปฏิเสธส่วนทีมอุ้มฆ่าสารภาพแล้ว 5 รายตร.ฝากขังค้านประกัน
กองปราบฯนำตัว"บรรยิน"พร้อมพวกผู้ต้องหาอุ้มพี่ชายผู้พิพากษา ฝากขังศาลอาญาทุจริต รับสารภาพแล้ว 5 คน เหลือบรรยินยังปากแข็งปฏิเสธ

เมื่อเช้าวันที่ 25 ก.พ.พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รองผบก.ป.) และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับกา 1 กองปราบปราม (ผกก.1 บก.ป.) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมานกองปราบปราม เบิกตัว นายชาติชาย เมนฑ์กุล และ นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ที่ สน.ห้วยขวาง จากนั้นได้มาเบิกตัวนายณรงศักดิ์ ป้อมจันทร์ ที่ สน.สุทธิสาร หลังกองปราบได้แยกผู้ต้องหาคุมขังตามโรงพักต่าง ๆ เพื่อนำตัว 3 ผู้ต้องหา แก๊ง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ที่ให้การรับสารภาพ ในคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายวีรชัย ศกุลตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ รวม 2 จุ

ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.หน้าบ้านเลขที่ 9/13 ซอยรัชดา ฯ 33 เขตจุตจักร จุดนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยืนยันว่า เป็นบ้าน พ.ต.ท.บรรยินก่อนเกิดเหตุได้มีการมาวางแผนที่บ้านนี้ โดยในวันที่มีการวางแผน ทางนายมานัส ทับนิล ได้ขับรถพานายประชาวิทย์ และนายชาติชาย ซึ่งเป็นคนที่นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด จัดหามาให้ เพื่อมาพบ พ.ต.ท.บรรยิน และ นายณรงศักด์ที่บ้านดังกล่าว โดยพ.ต.ท.บรรยินได้บอกทั้งห้าคนว่า มีงานให้ทำเป็นเรื่องอุ้มคนแก่ จากนั้นทางพ.ต.ท.บรรยินได้จัดหาชุดและหมวกให้กับกลุ่มผู้ต้องหา ก่อนจะแยกย้ายกันไป

จากนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปยังจุดที่ 2 บริเวณตรงข้ามศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซอยเจริญกรุง 63 เขตสาทรโดยจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาดักรออุ้มตัวนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ ขึ้นรถเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยวันดังกล่าวพ.ต.ท.บรรยินใส่เครื่องแบบตำรวจสวมหมวกกันน็อค ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ รถดังกล่าวมี นายณรงศ์ศักดิ์ นายชาติชาย และนายประชาวิทย์ ร่วมนั่งอยู่ด้วย โดยทั้งสามคนสวมชุดที่ พ.ต.ท.บรรยิน จัดเตรียมไว้ให้ ใส่หน้ากากอนามัยสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า

เมื่อมาถึงหน้าศาลและพบนายวีรชัย นายณรงค์ศักดิ์ รับว่าเป็นคนล็อคตัวนายวีรชัยก่อนที่นายชาติชาย เป็นคนดันตัวเหยื่อให้ขึ้นรถ ซึ่งนายณรงศ์ศักดิ์นั่งหน้าบริเวณหน้าคนขับ โดยมีนายประชาวิทย์และนายชาติชาย นั่งประกบผู้ตายไว้ จากนั้นได้เอาผ้าเทปปิดปาก ก่อนนำถุงผ้าคลุมศรีษะผู้ตายโดยระหว่างทางได้มีการโทรศัพท์ข่มขู่ผู้เสียหาย และมีการปรับเบาะที่นั่งในลักษณะเอนนอน ก่อนทำร่างกายนายวีรชัยโดยต่อยที่สีข้าง

จากนั้นก็ได้ขับรถมุ่งหน้าเส้นทาง ถ.พระราม 5 บางบัวทอง จ.สุพรรณบุรี เพื่อมุ่งหน้าไปจ.นครสวรรค์ โดยระหว่างทางพี่ชายผู้พิพากษาเกิดเสียชีวิต ทำให้แผนของคนร้ายจากเดิมที่ต้องการกดดัน ต้องเปลี่ยนเป็นการอำพรางคดี จากนั้นนายมานัสได้ขับรถมาถ่ายคนจากรถของพ.ต.ท.บรรยินและทำหน้าที่ขับรถนำเพื่อดูกว่า มีการตั้งด่านตามเส้นทางหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การชี้จุดใช้เวลาไม่นาน ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปยังกองปราบปราม เพื่อนำไปรวมกับผู้ต้องหาอีก 3 ราย คือ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, นายมานัส ทับนิล และนายธงชัย วจีสัจจะ ที่ยังคงยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ

ต่อมาเวลา 08.00 น. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ เเละ นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาเเละลูกชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรมช.พาณิชย์ ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อเข้าเยี่ยมพ.ต.ท.บรรยินโดยการเข้าเยี่ยมครั้งนี้เป็นการเยี่ยมก่อนที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะคุมตัวพ.ต.ท.บรรยินพร้อมพวกรวม 6 คน ไปขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังเป็นผัดเเรก ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว

นางวราภรณ์ กล่าวภายหลังจากการเข้าเยี่ยมพ.ต.ท.บรรยินว่า ได้เข้าไปหารือกับสามี กรณีจะชี้เเจงความบริสุทธิ์ของครอบครัวในช่วงวันเวลาเกิดเหตุ ซึ่งตนเห็นมีสื่อบางสำนักมีการนำเสนอข้อมูลว่าในวันที่ 4 ก.พ.วันเกิดเหตุ มีผู้ถูกกล่าวหาบางรายอยู่ในงานศพพื้นที่จ.นครสวรรค์ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาบางคนก็มีพยานยืนยันว่า ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ในวันดังกล่าวเช่นกัน ยอมรับว่าข้อมูลทำให้ตนและครอบครัวเสียหายก็พยายามจะขอข้อมูลในส่วนนี้นำมาประกอบกับการแสดงความบริสุทธิ์ของสามี สำหรับรายละเอียดอื่นๆ พ.ต.ท.บรรยินอยู่ระหว่างพิจารณาและหารือว่า จะบอกข้อมูลใดกับสื่อได้บ้างหรือไม่

ด้านพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า แม้ว่าตำรวจจะยังไม่พบศพผู้เสียชีวิต แต่ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของชิ้นส่วนกระดูกที่พบก็เพียงพอในการดำเนินคดีเเล้ว

ต่อมาเวลา 12.40 น. พ.ต.อ.เอนก พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบปราม คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ประกอบไปด้วย ออกจากห้องคุมขังภายในอาคารกองบังคับการปราบปราม เพื่อไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังผัดที่ 1 โดยทางพ.ต.ท.บรรยิน มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และปฏิเสธที่จะไม่ให้สัมภาษณ์ เช่นเดียวกันกับผู้ต้องหารายอื่นๆที่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

มีรายงานว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงสายของวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายให้การรับสารภาพ มีเพียงพ.ต.ท.บรรยิน ที่ยังคงให้การปฏิเสธ โดยคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย สอดรับกับข้อมูลและพยานหลักฐานที่พบตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่แห่งหนึ่งในต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ที่พบเศษโครงกระดูกกว่า 20 ชิ้นที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม บางส่วนแตกละเอียดผสมกับกองขี้เถ้า รวมถึงยังพบแหวนที่มีลักษณะพิเศษคือรูปร่างคล้ายหัวเต่า และหัวเข็มขัดสี่เหลี่ยมที่ยังเผาไหม้ไม่หมดที่เชื่อว่าเป็นของผู้ตาย ตกหลงเหลืออยู่ในบริเวณจุดนี้ทั้งยังมีเศษยางและขดลวดที่ถูกนำมาทิ้งไว้ด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและเก็บหลักฐานไปเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอเปรียบเทียบแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าตำรวจกองปราบปราม ได้นำอากาศยานไร้คนขัย หรือโดรน มาบินเพื่อพิสูจน์ทราบหาจุดเผาศพในพื้นที่บริเวณเขาใบไม้ โดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่กว้างรกร้าง และพื้นที่บางส่วนมีเล้าไก่ แอ่งน้ำ กระทั่งพบจุดเผาศพ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากไร่ของนางวราภรณ์ ภรรยาของพ.ต.ท.บรรยิน