จนท.ตรวจสอบน้องสาวขวางตร.จับพี่ชายเมาขับ ชี้ผิดจริงดำเนินคดีแน่

วันที่ 20 ก.พ. 2563 เวลา 17:03 น.
จนท.ตรวจสอบน้องสาวขวางตร.จับพี่ชายเมาขับ ชี้ผิดจริงดำเนินคดีแน่
รองโฆษกตำรวจเผยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรม น้องสาวขวางเจ้าหน้าที่ไม่ให้จับกุมพี่ชายเมาขับชนรถสายตรวจ ชี้หากผิดจริงเจอดำเนินคดีแน่

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ เปิดเผยถึงกรณีคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ กรณี หญิงสาวรายหนึ่งขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้พาชายที่ขับขี่รถยนต์ไปตรวจแอลกอฮอล์ ว่า ได้รับรายงานจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัด สมุทรปราการ ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 63 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบถามพยานแวดล้อม

จาการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหามีลักษณะคล้ายคนเมาสุรา เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ของสายตรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ทำให้รถของผู้ต้องหาเสียหลักไปชนกับรถยนต์ที่จอดขายน้ำ กับคนที่ยืนขายอาหารริมทาง แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมให้ความร่วมมือ ไม่ยอมลงจากรถ ไม่ยอมเรียกประกัน

ต่อมา ได้มีหญิงสาวคนหนึ่ง อ้างว่าเป็น้องสาวของผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เฉี่ยวชน เข้ามาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะที่ ผู้ต้องหา กำลังจะขับรถน้องสาวหลบหนีไป ร.ต.อ.อดุลย์ มงคลเจริญ ที่สังเกตอาการของผู้ต้องหาอยู่ตลอดเพื่อรอเชิญไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เห็นว่าผู้ต้องหาขึ้นรถของน้องสาวในตำแหน่งคนขับ ติดเครื่องยนต์พร้อมออกตัว จึงเข้าไปขัดขวางไว้ แต่น้องสาวของผู้ต้องหาก็เข้ามาขัดขวางไม่ให้ ร.ต.อ.อดุลย์ เข้าไปแตะต้องผู้ต้องหาจนมีปากเสียงกัน จนสุดท้าย ยอมไปที่โรงพยาบาล แต่ยืนยันจะเดินทางไปเอง จึงมอบหมายให้สายตรวจนั่งไปในรถของน้องสาวผู้ต้องหาด้วย แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ผู้ต้องหากลับไม่ยอมลงจากรถ

จากนั้นจึงให้ไปที่ สภ.พระประแดง เพื่อลงบันทึกประจำวัน และเป่าวัดปริมาณแอลกอฮลล์ ผลวัดได้ 145 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินในข้อหาความผิดฐาน “เป็นผู้ขับขี่รถขณะเมาสุราเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย” กับผู้ต้องหา

ในส่วนของน้องสาวที่เข้ามาทำการขัดขวางเจ้าพนักงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างทำการตรวจสอบ ว่าเข้าข่ายความผิดในการขัดขวางการทำงานของเจ้าพนักงานหรือไม่ หากพบว่าผิดจริงก็จะดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และขอให้ประชาชนผู้ที่เสพข้อมูลจากสื่อหรือคลิปต่างๆ เปิดรับข้อมูลให้ครบทุกด้าน ก่อนตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่อ เมื่อดูคลิปในลักษณะดังกล่าว

สำหรับคลิปที่มีการแชร์ในสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าว กรณีผู้หญิงที่ปรากฎในคลิป อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายนั้น สามารถมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่เกิดเหตุได้ แต่หากพฤติการณ์ที่ปรากฎดังกล่าวเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็คงจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีการกำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาในทุกข้อหาความผิด และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย พร้อมกันนี้ได้กำชับให้กองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบไปถึงผู้อื่นอีกด้วย