
กรณีศึกษา “เนเน่ รอยัล” จดเครื่องหมายการค้า ศิลปิน–เจ้าของแบรนด์ต้องรู้อะไรบ้าง
กรณีศึกษา “เนเน่ รอยัล” จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำคัญอย่างไร ศิลปิน–เจ้าของแบรนด์ต้องรู้อะไรบ้าง ป้องกันการนำชื่อไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ
จากกรณีมีผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องกับ “เนเน่ รัตติกานต์ อำลอย" แชมป์จากรายการประกวดความสามารถระดับโลก America's Got Talent ซีซัน 21 ประจำปี 2026 พร้อมรับเงินรางวัล 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ด้วยวัย 16 ปี
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “Nene Royal” รายเดิม ยื่นหนังสือขอถอนคำขอผ่านระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา https://www.posttoday.com/business/750640
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะชื่อศิลปินที่สามารถใช้สร้างตัวตนและต่อยอดเป็นรายได้จากสินค้าและบริการ
ขณะเดียวกันยังเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์ควรให้ความสำคัญ เพราะการสร้างชื่อให้เป็นที่จดจำต้องมาพร้อมกับการวางแผนคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม
ชื่อบุคคลจดลิขสิทธิ์ได้หรือไม่?
ลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน โดยลิขสิทธิ์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อมีการสร้างสรรค์งานที่กฎหมายกำหนด เช่น เพลง เนื้อเพลง ภาพถ่าย งานศิลปะ และวิดีโอ โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน
ขณะที่ชื่อบุคคลหรือคำสั้น ๆ เพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปไม่ถือเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ หากต้องการปกป้องชื่อที่ใช้สร้างแบรนด์สำหรับสินค้าและบริการ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงเป็นแนวทางสำคัญที่ควรพิจารณา
อย่างไรก็ตาม การยื่นคำขอไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ เพราะเครื่องหมายต้องผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
เครื่องหมายการค้าสำคัญอย่างไร?
พอร์ตทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปินมีองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งลิขสิทธิ์ในผลงาน เครื่องหมายการค้าที่ใช้กับชื่อหรือโลโก้ และสิทธิที่เกี่ยวข้องกับชื่อหรือภาพบุคคล
ตลอดจนสัญญาที่กำหนดว่าใครเป็นเจ้าของและมีอำนาจควบคุมสิทธิเหล่านั้นเครื่องหมายการค้ามีบทบาทสำคัญในการระบุแหล่งที่มาของสินค้าและบริการ ช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และเป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอดธุรกิจ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่ระลึก การทำแฟรนไชส์ การให้สิทธิใช้แบรนด์ และการทำข้อตกลงกับผู้สนับสนุน
อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามีขอบเขตตามประเทศที่ได้รับความคุ้มครอง การทำธุรกิจในต่างประเทศจึงควรวางแผนยื่นขอจดทะเบียนให้สอดคล้องกับตลาดเป้าหมาย รวมถึงประเทศที่มีแผนจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ
ชื่อในวงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้หรือไม่?
หลักเกณฑ์การจดทะเบียนชื่อบุคคลมีรายละเอียดเฉพาะ โดยคู่มือการตรวจสอบเครื่องหมายการค้าของกรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนดหลักพิจารณาเกี่ยวกับชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลที่มีชื่อเสียง ตลอดจนนามปากกาและฉายาการแสดงไว้แตกต่างกัน
ดังนั้น การพิจารณาชื่อในวงการอย่างเนเน่รอยัลจึงต้องพิจารณาตามลักษณะของเครื่องหมายและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถสรุปได้จากการเป็นชื่อบุคคลหรือชื่อศิลปินเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ กฎหมายยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำลายมือชื่อหรือภาพของบุคคลอื่นมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้า ซึ่งต้องได้รับความยินยอมตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ขณะที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 เปิดช่องให้เจ้าของชื่อเรียกร้องให้ระงับความเสียหายจากการใช้ชื่อโดยไม่มีสิทธิ และขอให้ศาลสั่งห้ามได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
สำหรับศิลปินและผู้ประกอบการ การกำหนดเจ้าของเครื่องหมายการค้าให้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากให้บริษัทเป็นผู้ถือสิทธิ ควรจัดทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการใช้ชื่อ การควบคุมสิทธิ และเงื่อนไขการโอนสิทธิคืน เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
เครื่องหมายการค้ามีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไร?
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังสร้างแบรนด์ เครื่องหมายการค้ามีประโยชน์ทั้งในเชิงธุรกิจและการคุ้มครองสิทธิ ได้แก่
- สร้างการจดจำแบรนด์ ช่วยให้ผู้บริโภคแยกแยะสินค้าและบริการของธุรกิจออกจากคู่แข่ง
- สร้างความแตกต่างในตลาด ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์และสามารถพัฒนาตำแหน่งทางการตลาดได้ชัดเจนขึ้น
- เพิ่มโอกาสต่อยอดรายได้ เช่น การให้สิทธิใช้เครื่องหมายการค้า การขยายสาขา และการทำแฟรนไชส์
- เพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกิจ ช่วยให้เจ้าของสิทธิมีหลักฐานการจดทะเบียนสำหรับใช้ดำเนินการตามกฎหมายเมื่อเกิดการละเมิด
- วางรากฐานการขยายตลาดต่างประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงด้านสิทธิในตลาดเป้าหมาย เมื่อวางแผนยื่นขอความคุ้มครองอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การได้รับความคุ้มครองและการใช้สิทธิตามกฎหมายขึ้นอยู่กับสถานะการจดทะเบียน ขอบเขตสินค้าและบริการ ตลอดจนข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างไร?
ก่อนยื่นคำขอ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนว่าเครื่องหมายที่ต้องการใช้เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นหรือไม่ โดยสามารถค้นหาข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสอบถามบริการตรวจค้นของกรมฯ
เครื่องหมายที่จะได้รับการจดทะเบียนต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่เป็นเครื่องหมายต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่นจนเข้าข่ายเป็นอุปสรรคต่อการจดทะเบียน
ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่ www.ipthailand.go.th รวมถึงช่องทางการยื่นคำขอที่กรมฯ กำหนด โดยต้องจัดเตรียมเอกสารและชำระค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เปิดช่องทาง Fast Track เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาภายในระยะเวลา 3–6 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ โดยแบ่งบริการ Fast Track ออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
1.Fast Track 3 เดือน สำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน SME จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
โดยคำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 50 รายการ รวมถึงผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้หนังสือรับรองการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อขอใบอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ คำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 10 รายการ
2.Fast Track 4 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่มีแผนขยายธุรกิจสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ คำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 10 รายการ
3.Fast Track 6 เดือน สำหรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ระบุรายการสินค้าหรือบริการได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ คำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 50 รายการ
ขณะเดียวกันยังเปิดให้บริการ Renewal Fast Track เพื่ออำนวยความสะดวกในการต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยผู้ประกอบการที่มายื่นคำขอต่ออายุ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สามารถรอรับหนังสือสำคัญแสดงการต่ออายุเครื่องหมายการค้าได้ภายในวันเดียวกัน
สำหรับผู้ที่ยื่นคำขอต่ออายุผ่านระบบ e-Filing จะได้รับหนังสือสำคัญในวันทำการถัดไป รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในระบบ Image Search และ Trademark Checker เพื่อช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบความเหมือนคล้ายเครื่องหมายการค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยคัดกรองคำขอให้มีคุณภาพมากขึ้น
ด้านกรมทรัพย์สินทางปัญญายังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ผ่านโครงการสนับสนุนการขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านสิทธิในตลาดเป้าหมาย
กรณี “Nene Royal” จึงเป็นอีกประเด็นที่ทำให้เห็นว่า การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะชื่อที่มีมูลค่าทางการค้า ทั้งสำหรับศิลปิน ผู้ประกอบการ และเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการสร้างรายได้และขยายตลาดในระยะยาว







