
สหรัฐฯ สั่งถอด DeepSeek จากระบบหน่วยงานรัฐ หวั่นข้อมูลรั่วไหลถึงจีน
สหรัฐฯ สั่งหน่วยงานพลเรือนถอด DeepSeek และบริการที่ใช้โมเดลจีนออกจากระบบไอที หวั่นข้อมูลอ่อนไหวรั่วไหลไปจีนและเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลพลเรือนถอดผลิตภัณฑ์ DeepSeek และบริการจากบุคคลที่สามที่พัฒนาโดยใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทจีนรายนี้ออกจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานรัฐ พร้อมห้ามจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าว
ประกาศที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า DeepSeek อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงหลายประการ โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ข้อมูลอ่อนไหวจะถูกส่งไปยังจีน หากเจ้าหน้าที่หรือผู้รับจ้างของรัฐบาลสหรัฐฯ ใช้งาน
DHS ยังเตือนว่า การใช้งานโมเดลดังกล่าวอาจเปิดช่องให้รวบรวมข้อมูลที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อการข่าวเกี่ยวกับบุคคลหรือหน่วยงานของสหรัฐฯ รวมถึงอาจมีมัลแวร์หรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแฝงอยู่
ในบันทึกภายในที่จัดทำเมื่อเดือนกรกฎาคมและเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันจันทร์ DHS กำชับหน่วยงานรัฐบาลให้ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลเข้าและออกจากเว็บไซต์ของหน่วยงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจาก DeepSeek
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หลายแห่ง เช่น กระทรวงพาณิชย์และกองทัพเรือ ได้ห้ามใช้ DeepSeek บนอุปกรณ์ของหน่วยงาน ขณะที่รัฐนิวยอร์ก เทนเนสซี และเวอร์จิเนีย ก็มีมาตรการในลักษณะเดียวกัน
สหรัฐฯ เดินหน้าจำกัดเทคโนโลยีจีน
รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีจีนอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) มีกำหนดลงมติวันที่ 29 ตุลาคม เพื่อห้ามห้องปฏิบัติการทดสอบของจีนตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ตโฟน กล้อง และคอมพิวเตอร์ ที่จะนำมาใช้ในสหรัฐฯ
ข้อมูลระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ถึง 82% ผ่านการทดสอบในจีน
นอกจากนี้ FCC ยังเคยห้ามนำเข้าโดรนจีนรุ่นใหม่และเราเตอร์สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ในเดือนธันวาคม รวมถึงลงมติในเดือนกรกฎาคมเพื่อจำกัดการจำหน่ายอุปกรณ์ในสหรัฐฯ ที่มีฮาร์ดแวร์สำคัญจากบริษัทจีนซึ่งถูกระบุว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ







