posttoday
สมาพันธ์ SME ไทย จี้รัฐบาลและกทม. ช่วยคนตัวเล็กก่อนน้ำลด

สมาพันธ์ SME ไทย จี้รัฐบาลและกทม. ช่วยคนตัวเล็กก่อนน้ำลด

30 กันยายน 2569

สมาพันธ์ SME ไทย จี้รัฐบาลและกทม. “อย่ารอให้น้ำลดแล้วค่อยช่วยคนตัวเล็ก” เสนอ 5 มาตรการด่วนรับมือน้ำท่วมกรุง ชี้เป็นภัย Flash Flood กระทบ Mobility Economy สายป่านสั้นหยุด 3 วันรายได้เป็นศูนย์

นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย ออกมาระบุถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงอีกหลายจังหวัดที่ประสบอุทกภัย “อย่ารอให้น้ำลด แล้วค่อยช่วยคนตัวเล็ก เพราะสำหรับ MSME ทุกนาทีมีค่า”

 

เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะเด่นเป็น "ฝนหนักมากในเวลาสั้น เกิดน้ำท่วมขังกลางเมือง" (Flash Flood) ซึ่งแตกต่างจากภาพน้ำหลากเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เหมือนปี 2554 แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "เศรษฐกิจจากการเคลื่อนที่" (Mobility Economy) เช่น การค้าหน้าร้าน ภาคบริการ การเดินทางของแรงงาน และระบบโลจิสติกส์

 

แม้น้ำท่วมถนนไม่กี่วัน ก็ทำให้ร้านค้าเปิดไม่ได้ เครื่องจักรและสินค้าเสียหาย รายได้และ productivity หายไปทันที ขณะที่ภาระค่าเช่า ค่าแรง ค่างวด และดอกเบี้ยยังคงวิ่งต่อทุกวัน

 

​ขณะนี้ กทม. ได้ประกาศเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต แม้มูลค่าความเสียหายสุทธิยังไม่สามารถฟันธงได้ แต่น่ากังวลอย่างยิ่งเพราะผู้ประกอบการ MSME มีสายป่านสั้นและเปราะบางมาก การหยุดกิจการเพียง 3–4 วัน อาจทำให้รายได้กลายเป็นศูนย์

 

โดยบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ชี้ชัดว่าภาคการค้าขนาดเล็กต้องใช้เวลานานกว่า 3-6 เดือนในการฟื้นตัว หากรัฐบาลรอให้ความเสียหายลุกลาม บางธุรกิจอาจไม่มีโอกาสรอดไปถึงวันนั้น

 

​สมาพันธ์ SME ไทย จึงขอเสนอให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครเปลี่ยนวิธีคิดจากการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่ "Flood Resilience" (ความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว) คือ “รู้ล่วงหน้า → ระบายเร็ว → การเดินทางไม่ล่มทั้งระบบ → ธุรกิจหยุดสั้นที่สุด → ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด”

 

โดยขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครใช้อำนาจ งบประมาณ และกลไกที่มี “สั่งการและลงมือทันที” ผ่านมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟู 5 ข้อ ดังนี้

 

1.​พักหนี้และภาระดอกเบี้ย: ช่วยผู้ประสบภัยให้มีเวลาตั้งหลัก 6 เดือน - 1 ปี โดยไม่ถูกภาระหนี้ซ้ำเติม

 

2.​เติมเงินทุนฟื้นฟูทันที: สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อซ่อมแซมร้านค้า เครื่องจักร สต็อกสินค้า และกลับมาเปิดกิจการได้เร็วที่สุด

 

3.​เร่งเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ถึงมือ: ลดขั้นตอน เอกสาร และเร่งจ่ายเงินชดเชยแก่ MSME และประชาชนที่ขาดสภาพคล่อง ให้เข้าถึงเงินเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว

 

4.​ช่วยบรรเทาต้นทุนคงที่: ช่วยอุดหนุนหรือเยียวยาต้นทุนที่ยังเดินต่อ หรือขอความร่วมมือหรือมีมาตรการด้านภาษีจูงใจกับห้างสรรพสินค้าและผู้ให้เช่าที่ ช่วยลดค่าเช่า เพื่อบรรเทาภาระ ค่าเช่า ค่าจ้าง และค่าสาธารณูปโภค ในช่วงที่ไร้รายได้

 

5.​เร่งสร้างรายได้กลับคืนชุมชน: กระตุ้นการจับจ่าย เปิดพื้นที่ค้าขาย และเชื่อมตลาด Offline-Online นำเงินกลับเข้าสู่มือคนตัวเล็ก

 

​“อำนาจไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบริหารราชการ แต่มีไว้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ทุกวันที่ธุรกิจหยุด คือรายได้ที่หายไป ทุกวันที่ไม่มีเงินทุน คือโอกาสที่หายไป และทุกวันที่รัฐยังไม่ลงมือ อาจหมายถึงอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่มีแรงพอจะกลับมา

 

สมาพันธ์ SME ไทยจึงขอฝากถึงรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ให้ตัดสินใจ สั่งการ และระดมทุกหน่วยงานช่วยเหลือคนตัวเล็กทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำลด”

ข่าวล่าสุด

โรคหัวใจอาจไม่ได้เริ่มที่หัวใจ เปิด “5 ตัวเลขสุขภาพ” สัญญาณเตือนภัยเงียบ

โรคหัวใจอาจไม่ได้เริ่มที่หัวใจ เปิด “5 ตัวเลขสุขภาพ” สัญญาณเตือนภัยเงียบ