posttoday
หุ้นแบงก์กอดคอร่วง แรงขายทำกำไร กังวล NPL พุ่ง รับน้ำท่วม เก็งกำไร Q3 วูบ

หุ้นแบงก์กอดคอร่วง แรงขายทำกำไร กังวล NPL พุ่ง รับน้ำท่วม เก็งกำไร Q3 วูบ

30 กันยายน 2569

หุ้นแบงก์ร่วงยกแผง รับแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า กังวลหนี้เสียพุ่ง รับผลกระทบน้ำท่วม คาดงบกลุ่มแบงก์ไตรมาส 3/69 กำไรลดลง 11% กดตลาดหุ้นไทยดิ่ง 31.47 จุด

KEY

POINTS

  • หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลดลงถ้วนหน้า กดตลาดหุ้นไทยดิ่ง 31.47 จุด จากแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้
  • นักลงทุนมีความกังวลว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของกลุ่มธนาคารจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
  • สถานการณ์น้ำท่วมสร้างความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์และอาจส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวสูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ก.ย.2569) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ปรับลดลง 1.85% หรือลดลง 3.50 บาท มาอยู่ที่ 185.50 บาท 

 

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ปรับลดลง 4.62% หรือลดลง 2.00 บาท มาอยู่ที่ 41.25 บาท 

 

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ปรับลดลง 2.29% หรือลดลง 0.50 บาท มาอยู่ที่ 118.50 บาท 

 

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ปรับลดลง 4.13% หรือลดลง 10.00 บาท มาอยู่ที่ 232.00 บาท 

 

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ปรับลดลง 2.67% หรือลดลง 0.08 บาท มาอยู่ที่ 2.92 บาท 

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ปรับลดลง 4.61% หรือลดลง 1.75 บาท มาอยู่ที่ 36.25 บาท 

 

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ปรับลดลง 0.40% หรือลดลง 0.50 บาท มาอยู่ที่ 126.00 บาท 

 

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ปรับลดลง 2.67% หรือลดลง 3.00 บาท มาอยู่ที่ 109.50 บาท

 

บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG ปรับลดลง 2.44% หรือลดลง 0.03 บาท มาอยู่ที่ 1.20 บาท 

 

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ปรับลดลง 3.15% หรือลดลง 0.70 บาท มาอยู่ที่ 21.50 บาท 

 

นายภูวดล ภูสอดเงิน, IAA ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า SET ภาคเช้าวันนี้ปรับลง 31.47 จุด แรงเกือบ 2% มาอยู่บริเวณ 1,560 จุด อ่อนแอกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคค่อนข้างชัดเจน เพราะเช้านี้หลายตลาดเอเชียยังบวก เช่น ญี่ปุ่น , ไต้หวัน , เกาหลี , จีน ขณะที่ตลาดที่ลบอย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ปรับลงเพียงเล็กน้อย ทำให้แรงขายของไทยรอบนี้เป็นปัจจัยเฉพาะตัวมากกว่าการปรับฐานตามต่างประเทศ

 

แรงกดดันหลักมาจากการขายทำกำไรหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังราคาปรับขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้า และ valuation เริ่มตึงตัวขึ้น โดยหลายตัวซื้อขายใกล้ระดับ PBV ราว 1 เท่า ในหลาย ๆ บริษัท ทำให้ upside ระยะสั้นเริ่มจำกัดเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ตลาดเริ่มกลับมากังวล

 

แรงขายเด่นอยู่ใน KTB, KBANK, SCB และ BBL ซึ่งกดดัชนีค่อนข้างมาก สะท้อนการ rotate ออกจากกลุ่มธนาคารไปหากลุ่มอื่น หลังตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วง earnings preview โดยคาดกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารไตรมาส 3/2569 ลดลงราว 11% YoY ส่วนหนึ่งมาจากฐานสูงของปีก่อนที่มีกำไร mark-to-market จากเงินลงทุนค่อนข้างมาก หากหักรายการดังกล่าวออก กำไรหลักยังพอเติบโตได้บ้างราว ๆ 5% YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน แต่ภาพรวมยังถูกกดดันจาก NIM ที่อ่อนตัวต่อเนื่อง 

 

อีกประเด็นที่เข้ามากด sentiment คือความกังวลต่อผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งอาจกระทบลูกค้าบางกลุ่ม และทำให้ตลาดเริ่มระวังความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ (NPL) ในระยะถัดไป แม้ธนาคารส่วนใหญ่ยังมีการตั้งสำรองและบริหารความเสี่ยงได้ค่อนข้างดี แต่เมื่อราคาหุ้นขึ้นมามากก่อนหน้า นักลงทุนจึงเลือกขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงก่อน (ประเด็นนี้กลุ่ม Retail Finance น่ากังวลมากกว่าธนาคาร)

 

“ภาพตลาดเช้านี้จึงไม่ใช่แรงขายตามตลาดโลก เพราะต่างประเทศโดยรวมไม่ได้ลบแรง แต่เป็นแรงขายเฉพาะในหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่เคยเป็นผู้นำตลาดก่อนหน้า” 

 

กลยุทธ์ยังแนะนำรอให้แรงขายนิ่งก่อนกลับเข้าสะสม โดยเลือกหุ้นที่พื้นฐานยังแข็งแรงและ valuation ยังไม่ตึงเกินไป มีปัจจัยหนุนรองรับในรอบหน้า เช่น โรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC) โรงพยาบาล (BH, BDMS) และโรงแรม (CENTEL, AWC) ขณะที่หากตลาดในเบื้องต้น ควรยืนเหนือบริเวณ 1,560–1,570 จุดได้ เพื่อรักษาฐานเดิมไว้ ไม่ให้หลุด Low และเสีย Sentiment เชิงเทคนิค

 

โดยคาดหวังเม็ดเงินที่ออกจากฐานธนาคารเช้านี้ มีโอกกาส Rotation เข้าไปในกลุ่มใหญ่อื่น ๆ เพื่อรักษาระดับ โดยเลือก Focus ในกลุ่มที่เรามองข้างต้น และอาจจะมีการเก็งกำไรกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี เช่น PTTGC ที่ลงมาก่อนหน้านี้ ไว้เป็นอีกทางเลือกลักษณะ Barbell Strategy

 

“ในเชิงกลยุทธ์ของธนาคาร รอก่อน แม้ว่าตัวพื้นฐานปีหน้าจะยังพอกลับมาได้ แต่ระยะสั้นอาจจะเจอแรงขายทำกำไร หลังจากขึ้นมาแข็งแกร่งสุดในช่วงที่ผ่านมา จังหวะที่น่าจะพอกลับมาเล่นได้ คือ ช่วงใกล้ ๆ เล่นปันผลรอบหน้าน่าจะเริ่มเก็งแถวเดือน ธ.ค. หรือราคาลงไปในระดับหนึ่งแล้วแรงขายเริ่มหมด”

 

นายธนเดช รังษีธนานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.พาย ระบุว่า ราหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ปรับตัวลดลง เบื้องต้นจากผลกระทบน้ำท่วม โดย 1) ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ยังไม่น่ากังวลมาก 2) การพักชำระหนี้ กระทบรับรู้รายได้ดอกเบี้ย 3) อาจต้องกันสำรองหนี้พิเศษ ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงไตรมาส 3-4 และ NPL ที่เพิ่มขึ้นมาได้ 

 

“นักลงทุนกังวลเรื่องเหล่านี้ และขายหุ้นออกมาก่อน พอสถานการณ์คลี่คลายก็กลับมาซื้อ และราคาหุ้นก็จะน่าสนใจมากขึ้น” 

 

สำหรับคำแนะนำการลงทุน หาจังหวะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และเมื่อมีข้อมูลว่าฝนจะไม่ตกเพิ่มมากขึ้น แต่ขณะนี้อาจต้องดูเรื่องการระบายน้ำที่อาจจะกระทบในหลายจังหวัด

ข่าวล่าสุด

เปิด 6 ปม “น้ำท่วมกรุง” ปลอดประสพเตือน เกมน้ำเปลี่ยนทิศ จับตาแม่กลอง

เปิด 6 ปม “น้ำท่วมกรุง” ปลอดประสพเตือน เกมน้ำเปลี่ยนทิศ จับตาแม่กลอง