posttoday
“ศุภจี” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้อง “รู้ใน รู้นอก รู้จังหวะ” พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

“ศุภจี” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้อง “รู้ใน รู้นอก รู้จังหวะ” พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

25 สิงหาคม 2569

“ศุภจี” ชี้โลกไม่เหมือนเดิม ไทยต้อง “รู้ใน รู้นอก รู้จังหวะ” เปลี่ยนจากขายถูก สู่ขายคุณค่า ชู AI-ESG ยกระดับสินค้า เปิดตลาดใหม่ ลดพึ่งสหรัฐฯ-จีน ดันส่งออกโต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “The Next Frontier: พลิกเกมการค้าไทย ในสมรภูมิโลกหลายขั้วอำนาจ” ในงาน Dailynews Talk 2026 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2569 โดยชี้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุค Multipolar World ที่ภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทต่อกติกาการค้าและการจัดวางห่วงโซ่อุปทานของโลกมากขึ้น 

 

ไทยจึงต้องไม่รอให้เกิดผลกระทบ แต่ต้องออกแบบทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์และปรับตัวให้ทันก่อนโลกเปลี่ยน

 

 

นางศุภจี กล่าวว่า การจัดวางห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนจากการเน้นต้นทุนต่ำและประสิทธิภาพ ไปสู่การให้ความสำคัญกับ ความมั่นคง ความยืดหยุ่น พันธมิตร และความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งเป็นโอกาสของไทยในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่ โดยไทยต้องมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าบนหลัก Mutual Benefit และพัฒนาไปสู่การเป็น Trusted Partner

 

สำหรับการรับมือกับ Megatrends โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมและ AI ไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว แต่ต้องเร่งยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยยกตัวอย่างการส่งออกภายใต้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของ EU ที่ยังขยายตัวได้ดี สะท้อนว่าผู้ประกอบการที่ปรับตัวทันสามารถเปลี่ยนกติกาใหม่ให้เป็นโอกาสได้ เช่นเดียวกับ “ข้าวประณีต” ที่ยกระดับตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ การผลิต การแปรรูป บรรจุภัณฑ์ และ Story ทำให้สามารถสร้างราคาที่สูงกว่าสินค้าที่ขายโดยทั่วไปได้อย่างมาก

 

 

ด้าน AI นางศุภจีกล่าวว่า ไทยเป็นหนึ่งใน 4 ประเทศผู้ส่งออกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับ AI รายใหญ่ของโลก ร่วมกับไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย โดยไทยมีศักยภาพทั้งด้าน Hard Disk Drive และ Optical Transceiver

 

พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ผู้ประกอบการทุกธุรกิจสามารถนำ AI และข้อมูลมาเพิ่ม Productivity เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร และวิเคราะห์ตลาดให้แม่นยำขึ้น เพื่อเปลี่ยนจากการทำตลาดแบบเน้นปริมาณไปสู่การสร้าง Value และมูลค่าที่สูงขึ้น

 

ในด้านการส่งออก นางศุภจีระบุว่า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญปัจจัยเสี่ยงจำนวนมาก แต่การส่งออกไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวกว่า 17% และมีโอกาสเติบโตทั้งปีไม่ต่ำกว่า 8% โดยอาจแตะระดับ Double-digit หากไม่มีปัจจัยกระทบเพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเร่งกระจายความเสี่ยง เนื่องจากตลาดสหรัฐฯ และจีนรวมกันคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของการส่งออกไทย จึงต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ ทั้ง EU อาเซียน อินเดีย เอเชียใต้ ลาตินอเมริกา แอฟริกา รวมถึงตะวันออกกลาง

 

สำหรับ EU ไทยอยู่ระหว่างการเร่งเจรจา FTA โดยเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจารอบที่ 9 และเตรียมเดินหน้ารอบที่ 10 ในเดือนกันยายนนี้ 

 

โดยตั้งเป้าผลักดันให้การเจรจาสำเร็จภายในปี 2569 ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังมุ่งเพิ่มสัดส่วนการส่งออกของ SMEs ซึ่งปัจจุบันแม้มีผู้ส่งออก SMEs กว่า 22,000 ราย จากผู้ส่งออกทั้งหมด 30,000 ราย แต่สร้างรายได้จากการส่งออกเพียงประมาณ 12% จึงต้องเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและตลาดโลกมากขึ้น

 

นางศุภจี ฝากถึงผู้ประกอบการไทยให้ยึดหลัก “แข่งด้วยคุณค่า ไม่ใช่แข่งด้วยราคา” ใช้ Digital & AI ยกระดับมาตรฐานและเข้าใจ ESG พร้อมนำแนวคิด TAM model  “Think Big Act Small Move Right ” มาปรับใช้ โดยคิดให้ใหญ่ แต่เริ่มจากจุดเล็ก สร้างพันธมิตร และเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain และ Ecosystem ของผู้อื่น และรู้จังหวะว่าเมื่อใดควรเดินหน้า เร่งเครื่อง หรือรอจังหวะที่เหมาะสม

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ปลดล็อก ต้นทุน กฎระเบียบ ศักยภาพผู้ประกอบการ และตลาด ควบคู่กับการดูแลปัญหาระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการไทย

 

นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า การก้าวสู่ The Next Frontier ของไทย คือการเตรียมประเทศให้ “พร้อมรับมือก่อนโลกเปลี่ยน” พร้อมปรับตัวให้เร็วและสร้างคุณค่าให้มากขึ้น โดยผู้ประกอบการต้อง “รู้ใน รู้นอก และรู้จังหวะ” หรือรู้ศักยภาพของตนเอง รู้ทิศทางและเทรนด์ของโลก และรู้ว่าเมื่อใดควรลงมือทำ เพื่อให้สามารถ Prioritize, Focus และ Execute และเปลี่ยนความผันผวนของโลกให้เป็นโอกาสใหม่ของประเทศไทย

 

 

ข่าวล่าสุด

ครั้งแรกของโลก! ญี่ปุ่นไฟเขียวยา “ตับอักเสบบี” มุ่งเป้าหยุดยา - ไม่ต้องกินยากดไวรัสตลอดชีวิต

ครั้งแรกของโลก! ญี่ปุ่นไฟเขียวยา “ตับอักเสบบี” มุ่งเป้าหยุดยา - ไม่ต้องกินยากดไวรัสตลอดชีวิต