
สนามบินเล็ก มาตรฐานสูง CAAT ปั้นโครงข่ายภูมิภาค ดันเศรษฐกิจโต
CAAT ชูแนวคิด “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” ยกระดับสนามบินและน่านฟ้าภูมิภาค รับผู้โดยสาร 7 เดือนแรก 85.16 ล้านคน
KEY
POINTS
- CAAT ชูแนวคิด “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” ยกระดับสนามบินและน่านฟ้าภูมิภาค รับผู้โดยสาร 7 เดือนแรก 85.16 ล้านคน
- กพท. ผลักดันแนวคิด “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างโครงข่ายการบินเชื่อมโยงเมืองหลักกับเมืองรอง
- วางแนวทางกำกับดูแลและพัฒนา 4 ด้าน เช่น การประเมินขีดความสามารถของสนามบินให้เหมาะสมกับปริมาณจราจร และพัฒนาระบบบริหารน่านฟ้า
- กรมท่าอากาศยานออกมาตรการลดค่าธรรมเนียม 50% เพื่อจูงใจสายการบินเปิดเส้นทางใหม่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เดินหน้ายกระดับความพร้อมของสนามบินภูมิภาคและโครงข่ายการบินของประเทศ รองรับการขยายตัวของการเดินทางทางอากาศ
พร้อมวางแนวคิด “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” เพื่อให้สนามบินทุกระดับมีมาตรฐานความปลอดภัยและความพร้อมที่เหมาะสมกับภารกิจ ขณะเดียวกันมุ่งเพิ่มการเชื่อมโยงเมืองรองกับเมืองหลัก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
ข้อมูล CAAT ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีผู้โดยสารทางอากาศรวม 85.16 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.48%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารภายในประเทศ 39.26 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.64% และผู้โดยสารระหว่างประเทศ 45.91 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.34%
สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศในช่วง 7 เดือนแรก มีจำนวน 281,896 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.77% ขณะที่เที่ยวบินระหว่างประเทศมีจำนวน 263,598 เที่ยวบิน ลดลง 1.63%
อย่างไรก็ตาม เส้นทางระหว่างไทยกับยุโรปยังมีแนวโน้มขยายตัว โดยช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 มีเที่ยวบินรวม 16,998 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 9.02%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนแนวโน้มการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างไทยกับยุโรป ท่ามกลางข้อจำกัดของเส้นทางผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง
สนามบินภูมิภาคเชื่อมเมืองสู่โอกาสใหม่
พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กล่าวว่า
การเติบโตของการบินภูมิภาคเป็นโอกาสสำคัญในการกระจายการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกจากศูนย์กลาง
เนื่องจากสนามบินไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้นลงของอากาศยาน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจกับเมืองต่าง ๆ
โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางการบินหลัก สนามบินภูมิภาคที่มีความพร้อมจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง เชื่อมเมืองรองเข้ากับเมืองหลัก และเปิดโอกาสใหม่ด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในพื้นที่
CAAT จึงมองว่าการพัฒนาสนามบินภูมิภาคไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกันทุกแห่ง เพราะแต่ละพื้นที่มีบทบาท ปริมาณและลักษณะการจราจร รวมถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน การยกระดับจึงต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสนามบิน
ข้อมูลของกรมท่าอากาศยานระบุว่า ปี 2568 สนามบินในความรับผิดชอบมีผู้โดยสารรวม 14.23 ล้านคน โดยสนามบินศักยภาพสูง 6 แห่ง
ได้แก่ สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช อุดรธานี และกระบี่ มีผู้โดยสารเฉลี่ย 2,500-5,000 คนต่อวัน สะท้อนฐานความต้องการเดินทางทางอากาศของภูมิภาคที่ยังมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงเมืองและแหล่งท่องเที่ยว
4 แนวทางยกระดับ “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก”
CAAT วางแนวทางกำกับดูแลและพัฒนาสนามบินภูมิภาค 4 ด้าน ประกอบด้วย
ยกระดับมาตรฐานและความพร้อมของสนามบินภูมิภาค โดยประเมินขีดความสามารถ พื้นที่ปฏิบัติการ สิ่งอำนวยความสะดวก และองค์ประกอบด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับปริมาณและลักษณะการจราจร
พัฒนาระบบน่านฟ้าและการบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นำระบบ AFIS (Aerodrome Flight Information Service) มาใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะและความหนาแน่นของการจราจรในแต่ละสนามบิน
กำกับดูแลสายการบินและเส้นทางบินใหม่ตามมาตรฐาน โดยพิจารณาความพร้อมของผู้ดำเนินการเดินอากาศ อากาศยาน บุคลากร และระบบปฏิบัติการ ควบคู่กับความต้องการของตลาดและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสนามบินทุกแห่งต้องขยายขนาดหรือเพิ่มเที่ยวบินในระดับเดียวกัน แต่ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับบทบาท ปริมาณการจราจร ความต้องการ และความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน
ลดค่าธรรมเนียม 50% จูงใจเปิดเส้นทางใหม่
ขณะเดียวกัน การยกระดับมาตรฐานสนามบินถูกขับเคลื่อนควบคู่กับมาตรการสร้างแรงจูงใจทางธุรกิจ โดยกรมท่าอากาศยานดำเนินแนวคิด “Airport For Regional Development” ใช้สนามบินเป็นกลไกเชื่อมโยงการคมนาคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยานและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อจูงใจให้สายการบินขยายเครือข่ายเข้าสู่ภูมิภาค
มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ถึง 9 สิงหาคม 2570 โดยสายการบินใหม่จะได้รับส่วนลดเป็นระยะเวลา 6 เดือน
ขณะที่เส้นทางบินใหม่ได้รับส่วนลดเป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ การตัดสินใจเปิดเส้นทางหรือเพิ่มความถี่ยังคงขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเหมาะสมทางธุรกิจของสายการบิน
CAAT ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยเติมเต็มการพัฒนาสนามบินภูมิภาคทั้งด้าน “ความพร้อม” และ “โอกาส”
โดย CAAT รับผิดชอบการเตรียมความพร้อมและกำกับดูแลให้องค์ประกอบด้านการบินเป็นไปตามมาตรฐาน ขณะที่มาตรการลดต้นทุนของกรมท่าอากาศยานจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้สายการบินพิจารณาเปิดเส้นทางหรือเพิ่มความถี่เที่ยวบิน
พลอากาศเอกมนัทกล่าวว่า หัวใจของแนวคิด “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” คือสนามบินแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องเติบโตในรูปแบบเดียวกัน แต่ต้องได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับศักยภาพ ความต้องการ และบริบทของพื้นที่ โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นรากฐาน
“เมื่อทุกองค์ประกอบของระบบการบินมีความพร้อม การเปิดเส้นทางใหม่จะไม่ใช่เพียงการเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง แต่จะเป็นการเปิดเส้นทางของผู้คน ธุรกิจ และโอกาสใหม่ไปสู่ภูมิภาค” ผู้อำนวยการ CAAT กล่าว
ทั้งนี้ เป้าหมายของ CAAT คือการทำให้สนามบินทุกระดับสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายการบินที่แข็งแกร่ง และใช้ศักยภาพของสนามบินภูมิภาคเป็นกลไกสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน







