
Hyundai IONIQ 5 N Line เปิด 10 จุดขาย EV ประกอบไทย เจาะคนไม่ตามเทรนด์
ฮุนไดเปิดตัว IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ชูดีไซน์สปอร์ต เทคโนโลยี 800V ชาร์จ 18 นาที ฐานล้อ 3 เมตร พร้อม Bluelink ครั้งแรก
KEY
POINTS
- ฮุนไดเปิดตัว IONIQ 5 N Line รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบในประเทศ ชูดีไซน์สปอร์ต N Line เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความแตกต่าง
- ชูจุดเด่นแบตเตอรี่ 84 kWh วิ่งได้ไกล 591 กม. (NEDC) รองรับระบบชาร์จเร็ว 800V และเทคโนโลยีเชื่อมต่อ Hyundai Bluelink เป็นครั้งแรกในไทย
- เปิดราคาทางการ 1.6
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบไทย เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถ EV ที่มีเอกลักษณ์มากกว่าการใช้งานทั่วไป ภายใต้แนวคิด “Never Ordinary ธรรมดา...ไม่มีที่ยืน”
โดยนำดีไซน์จากตระกูล N มาต่อยอดเป็นรุ่น N Line พร้อมผสานเทคโนโลยี สมรรถนะ และฟังก์ชันสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ฮุนไดระบุว่า IONIQ 5 N Line ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ IONIQ 5 โดยยังคงจุดเด่นด้านพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบาย ขณะที่เพิ่มบุคลิกสปอร์ตผ่านชุดตกแต่งเฉพาะรุ่น ทั้งกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และล้ออัลลอย 20 นิ้ว
10 จุดขาย IONIQ 5 N Line
จุดแรกคือ ดีไซน์ N Line ที่เพิ่มความแตกต่างให้กับรถ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก IONIQ 5 N รถไฟฟ้าสมรรถนะสูงของฮุนได ขณะที่ยังคงความกว้างและอเนกประสงค์ของ IONIQ 5 สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
จุดที่สองคือ การออกแบบเทคโนโลยีให้ใช้งานง่าย โดยยังคงปุ่มควบคุมฟังก์ชันสำคัญภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศและระบบเสียง ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งหน้าจอทั้งหมด
จุดที่สามคือ แบตเตอรี่ 84 kWh และระบบไฟฟ้า 800V โดยใช้แพลตฟอร์ม E-GMP พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบหล่อเย็นด้วยของเหลว ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW สามารถชาร์จจาก 10% เป็น 80% ได้ประมาณ 18 นาที
อีกจุดที่ฮุนไดชูคือแบตเตอรี่สามารถซ่อมบำรุงด้วยการเปลี่ยนเป็นรายโมดูล ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรถในระยะยาว
ด้านสมรรถนะ IONIQ 5 N Line ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168 kW แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที และมีโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow
สำหรับระบบควบคุมรถ มาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link
รวมถึงระบบ Damping Control System แบบ High Performance ขณะที่ระบบเบรกเป็น Ventilated Disc ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบ Regenerative Braking ที่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับผ่าน Paddle Shifters หลังพวงมาลัย
ฐานล้อ 3 เมตร เพิ่มพื้นที่ใช้สอย
ด้านการใช้งาน IONIQ 5 N Line มีระยะฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 520 ลิตร และเพิ่มได้สูงสุด 1,580 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง รองรับทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางระยะไกล และกิจกรรมกลางแจ้ง
ห้องโดยสารยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N เบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity
พร้อมที่พักขา หลังคา Vision Roof ม่านบังแดดไฟฟ้า ไฟ Mood Light 64 สี หน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว และระบบเสียง BOSE Premium Sound System พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Hyundai Bluelink Connected Car Services ซึ่งฮุนไดระบุว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อรถกับสมาร์ตโฟนเพื่อตรวจสอบสถานะรถ ล็อกหรือปลดล็อกรถ เปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้า ค้นหาตำแหน่งรถ ตรวจสอบสถานะการชาร์จ รวมถึงรับการแจ้งเตือนเมื่อพบเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงด้านการโจรกรรม
นอกจากนี้ยังมีระบบ Vehicle-to-Load (V2L) สามารถจ่ายไฟจากรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW รองรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น แคมปิง หรือการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าระหว่างเดินทาง
ด้านความปลอดภัย IONIQ 5 N Line ติดตั้ง Hyundai SmartSense รวม 17 ระบบ ครอบคลุมทั้งระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน การตรวจจับจุดอับสายตา ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบช่วยถอยออกจากช่องจอด และระบบช่วยจอด พร้อมกล้องมองรอบทิศทาง
ราคา 1.699 ล้าน ดันโปรโมชันรอบใหม่ 1.449 ล้าน
สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ The new 2026 IONIQ 5 N Line อยู่ที่ 1.699 ล้านบาท หลังจากฮุนไดเปิดราคา Early Bird ที่ 1.399 ล้านบาท สำหรับ 400 คันแรก ซึ่งบริษัทระบุว่าใกล้ครบจำนวนแล้ว จึงเปิดข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมในราคา 1.449 ล้านบาท จำกัด 200 คัน
ตัวรถมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black Pearl, Optic White และ Titan Gray Metallic
แพ็กเกจที่มาพร้อมรถประกอบด้วย Home Charger พร้อมค่าแรงติดตั้ง ประกันภัยชั้น 1 บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปีไม่จำกัดเลขไมล์
การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับสิทธิ์ใช้งาน Hyundai Bluelink และระบบ OTA (การอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบออนไลน์) ฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ
ฮุนไดมองว่า IONIQ 5 N Line เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการรถ EV รุ่นประกอบไทยที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องระยะทางหรือราคา แต่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และระบบเชื่อมต่อรถเข้ากับการใช้ชีวิต
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัส The new 2026 IONIQ 5 N Line ได้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ







