
กฎหมายไปรษณีย์ 100 ปี ส่อเป็นหมัน วงในแฉเอกชนเหยียบเบรค
กระทรวงดีอีดอง ร่างกฎหมายไปรษณีย์ เกือบ 100 ปี ข้ามรัฐบาล เหตุเอกชนไม่พร้อมขอไลเซ่นส์ ถึงเวลาวัดใจรัฐบาลใหม่-ปลัดคนใหม่ เดินหน้าต่อ หรือ พอแค่นี้
เปิดความคืบหน้า การยกร่างพระราชบัญญัติไปรษณีย์ 2477 ที่ใช้มานานเกือบ 100 ปี ส่อแววเป็นหมันหรือไม่ เพราะตั้งแต่สมัยรัฐบาลเพื่อไทย โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชงเรื่องยกร่างกฎหมายดังกล่าวไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ย. 2567 https://www.posttoday.com/business/715837 แต่ก็ยังไม่มีการขยับกฎหมายนี้ แต่อย่างใด เมื่อเปลี่ยนมาในยุครัฐบาลภูมิใจไทย
ก่อนหน้านี้ ร่างกฎหมายไปรษณีย์ ถูกตีกลับมาดองไว้ที่กองกฎหมายของกระทรวงดีอี ตั้งแต่สมัยนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็น ปลัดกระทรวงดีอี หลังพบข้อกังวลว่า ร่างเดิมที่ได้รับจากคณะที่ปรึกษาขาดการยึดโยงกับภาครัฐ และอาจกระทบการทำหน้าที่กำกับดูแลในอนาคต https://www.posttoday.com/smart-sme/730182
ล่าสุด นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายไปรษณีย์ ยังคงอยู่ที่กองกฎหมาย เบื้องต้นไม่ได้ติดอะไร โดยกระทรวงมีกฎหมายที่กำลังรอชงเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายฉบับ ทั้ง ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล และ ร่าง พ.ร.บ. AI ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ทันต่อการเปิดสภาผู้แทนราษฎรภายในช่วงสิ้นเดือน ส.ค.นี้
ขณะที่ นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า เนื้อหาในร่างกฎหมายไปรษณีย์ มีการระบุให้เอกชนที่ทำธุรกิจในไทยต้องมีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ แต่ไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้ว กระทรวงดีอีจะใช้แนวทางไหน แต่โดยส่วนตัวไม่อยากให้เป็นเพียงกฎหมายการจดแจ้ง เพราะเมื่อเกิดปัญหาในการให้บริการ กฎหมายจะไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้
ถามว่า ไปรษณีย์ไทย ยังมีความหวังกับการยกร่างกฎหมายที่ใช้มาเกือบ 100 ปี ให้ทันกับสถานการณ์การแข่งขันหรือไม่ นายดนันท์ กล่าวว่า ไม่มีความหวัง และไปรษณีย์ไทยเองก็ปรับตัว และปรับแผนการทำงานมาโดยตลอด เพื่อให้สอดรับการสถานการณ์การแข่งขัน อยู่ตลอดเวลา อยู่แล้ว
โพสต์ทูเดย์ พาย้อน ที่มาและรายละเอียดหลักของร่างกฎหมายไปรษณีย์ไทย พบว่า ได้ปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ 25 พ.ย. 2567 ถึงวันที่ 9 ธ.ค.2567
กระทรวงดีอีได้จ้างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว โดยมีการนำกฎหมายไปรษณีย์จากประเทศต่างๆมาเปรียบเทียบทั้งประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย และ ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีเกาะจำนวนมาก ดังนั้นสามารถนำมาเทียบเคียงกับการส่งไปรษณีย์ทางไกล และพื้นที่ทุรกันดาร ของประเทศไทยได้ แต่การให้บริการในประเทศไทยคงไม่ต้องถึงขั้นทำในรูปแบบระบบใบอนุญาต แต่จะเน้นการจดแจ้งการให้บริการมากกว่า https://www.posttoday.com/business/717800
แต่สุดท้ายก็มาสะดุด และถูกดองอยู่ในกระทรวงดีอี โดยปลัดคนปัจจุบัน นายพชร อนันตศิลป์ ซึ่งนั่งเป็นประธานบอร์ดไปรษณีย์ไทย เป็นผู้รับผิดชอบ ว่าจะเดินหน้าต่อ หรือไม่ ท่ามกลางกระแสข่าวการคัดค้านจากเอกชนที่ไม่ต้องการให้มีการยกร่างกฎหมายดังกล่าว







