
ปลุกเศรษฐกิจอุดรธานี SME ตอบรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ดันเงินสะพัด 500 ล้าน
"มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน" ครั้งที่ 1 ณ จ.อุดรธานี ผู้ประกอบการในพื้นที่ 200 กิจการ ตอบรับยื่นกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ดันเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท
KEY
POINTS
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดงาน "มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน" ครั้งที่ 1 ณ จ.อุดรธานี จัดโดย SME D Bank
- ปลื้มผู้ประกอบการในพื้นที่ตื่นตัว มากกว่า 200 กิจการ ตอบรับยื่นกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
- ดันเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการเป็นประธานเปิด "มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน" ณ จ.อุดรธานี จัดโดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีถือเป็นฐานพีระมิดของเศรษฐกิจไทย หากธุรกิจเอสเอ็มอีไม่สามารถอยู่รอดได้ เศรษฐกิจไทยก็จะขาดแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ดังนั้น จึงมอบหมายให้ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ฟันฝ่าวิกฤตความท้าทายต่าง ๆ ไปให้ได้ พร้อมวางพื้นฐานยกระดับพลิกโฉมสู่อนาคตต่อไป ด้วยแนวทางสำคัญใน 3 มิติ คือ
"มิติที่ 1 ด้านเติมทุน" ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอ ในการลงทุนยกระดับเทคโนโลยี เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อปรับตัวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
"มิติที่ 2 ด้านช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง" สามารถประคับประคองพลิกฟื้นธุรกิจ และกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
"มิติที่ 3 การยกระดับและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ" เติมความรู้สำคัญ โดยเฉพาะใช้เทคโนโลยี มาตรฐาน และการบริหารจัดการทันสมัยช่วยปรับตัวสู่กฎกติกาการค้าของโลกยุคใหม่ได้
สำหรับการจัด "มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน" โดย SME D Bank ถือว่าสอดรับกับนโยบาย "ราชการทันใจ" ของกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างรวดเร็ว และรอบด้าน ครบถ้วนในจุดเดียว มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภูมิภาค เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้สู่ชุมชน ช่วยสร้างฐานพีระมิดของเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและเติบโตสู่ความยั่งยืนในอนาคต
นอกจากนั้น ยังมีการมอบป้ายสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก SME D Bank และการออกบูธจากลูกค้าของ SME D Bank
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า จากนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารได้นำมาขับเคลื่อนสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดเป็น "ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ" ซึ่งเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2569 ถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนแล้วกว่า 9,057 ล้านบาท สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 41,481 ล้านบาท
ดังนั้น SME D Bank ต่อยอดจัด "มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน" เพื่อจะนำบริการ 3 มิติสำคัญดังกล่าว ไปมอบสู่ส่วนภูมิภาคอย่างกว้างขวาง นำร่องครั้งที่ 1 ณ จ.อุดรธานี ซึ่งถือเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดในรูปแบบ ONE STOP SERVICE รวบรวมความช่วยเหลือใน 3 มิติสำคัญ มาไว้ในจุดเดียว ประกอบด้วย
"มิติที่ 1 การเข้าถึงแหล่งทุน" สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมประมาณ 16,000 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสนับสนุนการยกระดับผลิตภาพ การปรับเปลี่ยนสู่การใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน ได้แก่
สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ใช้พลังงานสะอาด อาทิ ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
และสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนการลงทุนและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคง
"มิติที่ 2 การช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง" จัดคลินิกให้คำปรึกษาเพื่อลดภาระหนี้เดิม ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นวิกฤตและไปต่อได้อย่างมั่นคง ด้วยมาตรการ "3 ลด" ได้แก่ ลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวดผ่อนชำระ โดยพิจารณาตามศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของแต่ละกิจการ
"มิติที่ 3 การยกระดับและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ" Upskill-Reskill สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาด การเพิ่มรายได้ การลดต้นทุนทางธุรกิจ และการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจสีเขียว (Green Business)
นายพิชิต กล่าวเสริมว่า การจัดมหกรรมฯ ครั้งที่ 1 ณ จ.อุดรธานี มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใน จ.อุดรธานี และใกล้เคียงเข้าร่วมมากกว่า 200 กิจการ สามารถสนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้กว่า 500 ล้านบาท
ขณะที่ช่วยแนะนำแก้ไขปัญหาหนี้กว่า 40 กิจการ นอกจากนั้น ยังได้รับความสนใจเข้าร่วมสัมมนา Workshop "ปั้น Influencer ติดตะกร้า เปลี่ยนโพสต์ธรรมดาให้ขายดี ด้วย Affiliate Tools" อย่างล้นหลาม เพราะตอบโจทย์ช่วยเติมทักษะการสร้างรายได้ด้วยออนไลน์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างยิ่งในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ธนาคารเตรียมจะจัดงานนี้ กระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไปทั่วประเทศ







