
“อนุทิน” สั่งสอบปมค่าไฟแฝงในบิล ลั่นหากจริงต้องยุติทันที
“อนุทิน” รับลูกกระแสวิจารณ์ค่าไฟสาธารณะแฝงในบิลประชาชน สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำหากพบเป็นภาระประชาชนจริง รัฐบาลพร้อมแก้ไขและไม่ผลักภาระให้ประชาชนเด็ดขาด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม โดยยืนยันว่าหากพบว่าประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับภาระดังกล่าวจริง รัฐบาลจะเร่งดำเนินการแก้ไขและจะไม่ปล่อยให้เกิดการผลักภาระไปยังประชาชนอย่างเด็ดขาด
นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เร่งตรวจสอบที่มาของค่าใช้จ่ายดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อชี้แจงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใด และมีหลักเกณฑ์การดำเนินการอย่างไร ก่อนรายงานผลกลับมายังรัฐบาล
นายอนุทินยอมรับว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อสงสัยที่ตนติดตามมานานตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยในช่วงเวลานั้นเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับการที่หน่วยงานไฟฟ้าระบุว่าเป็นผู้รับภาระค่าไฟสาธารณะแทนประชาชน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีผลประกอบการและรายได้ตามปกติ จึงเกิดข้อสงสัยว่าภาระดังกล่าวถูกบริหารจัดการอย่างไร
พร้อมระบุว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นภาระที่หน่วยงานรับผิดชอบมาเป็นเวลานานตามระบบบัญชีและการบริหารจัดการที่กำหนดไว้ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง แต่หากพบว่ามีการนำค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าวมาคำนวณรวมในค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนโดยตรง รัฐบาลจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นและจะดำเนินการแก้ไขทันที
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงข้อเสนอที่ให้หน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงคมนาคม หรือกรมทางหลวง เข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวแทนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปแนวทางในขณะนี้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตมีการกำหนดให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะ ก็จะต้องดำเนินการผ่านกระบวนการงบประมาณของรัฐอย่างถูกต้อง โดยหน่วยงานนั้นต้องเสนอของบประมาณรองรับภาระดังกล่าว ไม่ใช่การโยนภาระให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยไม่มีแหล่งงบประมาณรองรับ
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการเยียวยาประชาชน หากภายหลังพบว่ามีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากประชาชนมาเป็นเวลานาน นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลขอให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงในปัจจุบันก่อน แต่ยืนยันว่าการดูแลประชาชนเป็นภารกิจหลักของรัฐบาล







