



2+



สงขลา Recovery ไปต่อยังไงดี? ให้เศรษฐกิจแข็งแรงยิ่งกว่าเดิม!
เปิดวิสัยทัศน์ TCEB ในฐานะผู้กำหนดกลยุทธ์ "สงขลาไมซ์ซิตี้" หลังเจอน้ำท่วมใหญ่ที่ "หาดใหญ่" สงขลาจะไปต่ออย่างไร?
KEY
POINTS
- ทีเส็บ (TCEB) เปิดตัวแผน "Songkhla Recovery" เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยใช้กลไก "ไมซ์" (MICE) เป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเมืองและสร้างโอกาสทางธุรกิจ
- ชูจุดแข็งที่เป็นอัตลักษณ์ของสงขลา คือการเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Gastronomy) และความเป็นเมืองฮาลาลที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim-Friendly) เพื่อดึงดูดการจัดงานและนักเดินทางนานาชาติ
- แม้จะมีปัจจัยสนับสนุนอย่างการเปิดด่านสะเดา แต่ยังมีความท้าทายในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ห้องละหมาดและโรงแรม ให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูง
น้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2568 สร้างแผลเป็นทางเศรษฐกิจให้หาดใหญ่-สงขลาอย่างมหาศาล แม้ว่าเมืองจะกลับมาฟื้นฟูได้กว่า 70% แต่ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ชัดเจน ถึงจะเป็นตัวการันตีความยั่งยืนให้แก่คนในพื้นที่ได้ .. เพราะจนถึงปัจจุบันยังมีนักธุรกิจ และประชาชนในพื้นที่ต่าง "รอ" ว่าเมืองของพวกเขาจะไปต่ออย่างไรดี
ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ (TCEB) ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อน MICE City ของประเทศไทย ได้ลงพื้นที่เพื่อที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญพลิกฟื้น "สงขลา" ด้วยการเปิดตัว "Songkhla Recovery" แผนยุทธศาสตร์ที่ไม่ได้มุ่งเพียงซ่อมสิ่งที่พังไป แต่ต้องการสร้างรากฐานใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการทีเส็บ ฉายภาพให้ได้เห็นถึงสงขลาในวันนี้ว่า ปัจจุบันกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสงขลาและหาดใหญ่ได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ธุรกิจการค้า การท่องเที่ยว และบริการต่าง ๆ เริ่มเดินหน้า พร้อมรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่และนักเดินทางจากทั่วประเทศ การที่สงขลาได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ The Southern MICE Economic Forum 2026 เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเมืองนี้พร้อมกลับมาแล้ว
ดันให้ใช้กลไก MICE ขับเคลื่อนเมือง
ในฐานะผู้ที่ดูแล MICE City ของประเทศไทย รองผู้อำนวยการทีเส็บ อธิบายให้เห็นภาพว่า MICE ซึ่งย่อมาจาก Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions นั้น แท้จริงแล้วคือ "แพลตฟอร์มทางการตลาด" ที่ทรงพลังที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะมันไม่ได้เชื่อมแค่คนกับงาน แต่เชื่อมองค์ความรู้ เชื่อมธุรกิจ และเชื่อมโอกาสทางเศรษฐกิจที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเข้าด้วยกัน
“วัตถุประสงค์หลัก ๆ คือเราต้องให้ความรู้แก่พื้นที่ว่า ไมซ์เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ ที่ถ้าพื้นที่ไหนใช้กิจกรรมไมซ์เป็น มันจะเชื่อมโยงไปตั้งแต่รากหญ้า ชุมชน จนกระทั่งในเชิงนโยบายการขับเคลื่อนทั้งองคาพยพของเมือง”
ลองจินตนาการดูว่าเมื่อมีงานประชุมวิชาการด้านอาหารฮาลาลระดับนานาชาติจัดขึ้นที่หาดใหญ่ ไม่ใช่แค่โรงแรมที่ได้รายได้ แต่รถแท็กซี่ ร้านอาหาร ตลาด ไกด์ท้องถิ่น ช่างภาพ ผู้ผลิตสินค้า OTOP ล้วนมีโอกาสเชื่อมกับผู้ซื้อและคู่ค้าระดับโลกที่บินมาร่วมงาน นี่คือพลังที่แท้จริงของไมซ์ที่เมืองชายแดนอย่างสงขลามีโอกาสเต็มมือแต่ยังไม่เคยเปิดใช้อย่างเต็มที่
สงขลา เมือง Gastronomy และ Halal
หากพูดถึง "สงขลา" ในโลกที่ทุกเมืองพยายามสร้างตัวตน สงขลามีสิ่งที่หลายเมืองต้องใช้เวลานับสิบปีสร้าง แต่สงขลามีมาตั้งแต่ต้น นั่นคืออัตลักษณ์ที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรม
ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ระบุว่า สงขลาได้รับการประกาศเป็น UNESCO Creative City of Gastronomy หรือเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารจากองค์การยูเนสโก ซึ่งไม่ใช่รางวัลที่ได้ง่ายๆ แต่ต้องพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าอาหารของเมืองนี้มีคุณค่าทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างแท้จริง
ในเวลาเดียวกัน สงขลาและหาดใหญ่มีความเป็น Muslim-Friendly ที่ซึมลึกอยู่ในวิถีชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่ต้องสร้างขึ้นใหม่หรือ "ปรุงแต่ง" แต่เป็นธรรมชาติของเมืองที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมาก มีตลาดฮาลาล มีร้านอาหารฮาลาล และมีบรรยากาศที่ต้อนรับนักเดินทางจากโลกมุสลิมอย่างอบอุ่น
“เนื้อแท้ของตัวสงขลาเอง จริง ๆ แล้วเราจะนึกถึงความเป็นมุสลิม Friendly โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่ง... เรื่องนี้เลยกลายเป็นเรื่องที่เราต้องดึงมาเป็นจุดแข็ง แล้วดึงงานไมซ์หรือจัดกิจกรรมไมซ์ที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำลงไป”
นี่จึงเป็นโอกาสทองในการดึงดูดนักธุรกิจและนักประชุมจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการพื้นที่ประชุมและท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตมุสลิมอย่างแท้จริง
ยุทธศาสตร์ของทีเส็บในส่วนนี้คือการทำ Industry Mapping 3 ปี เพื่อวางแผนงานไมซ์ที่เกี่ยวข้องกับ Gastronomy และ Halal อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น "ภาพจำ" ที่ชัดเจนในระดับสากล เหมือนที่ภูเก็ตเป็นที่รู้จักด้านท่องเที่ยว Wellness และสุราษฎร์ธานีมุ่ง Green Destination สงขลาจะกลายเป็นเมืองที่โลกนึกถึงทันทีเมื่อพูดถึงอาหารและฮาลาล!
นอกจากนี้ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สงขลาอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าเมืองอื่น ๆ คือการมี Songkhla Convention and Visitor Bureau หรือ CVB ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
CVB ทำหน้าที่เป็น "เลขานุการของจังหวัด" ในการดึงงานประชุมระดับนานาชาติเข้ามา โดยคนในพื้นที่ที่รู้จักเมืองดีที่สุด ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และทรัพยากรที่มี ทำงานประสานกับทีเส็บส่วนกลางอย่างใกล้ชิด
“ข้อดีของการมี CVB คือเขาจะรู้ว่าในพื้นที่เป็นอย่างไร... เขาอยู่ 24 ชั่วโมง หน่วยงานนี้จะทำเรื่องการวางแผนระยะยาว เชื่อมเครือข่าย และรู้ว่าพื้นที่ต้องการอะไร”
ในขณะที่หลายจังหวัดยังรอนโยบายจากส่วนกลาง สงขลามีองค์กรที่ทำงานอยู่ 24 ชั่วโมงเพื่อวางแผนในระยะยาว สร้างเครือข่าย และเข้าใจความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง ดร.สุรัชสานุ์ ระบุว่านี่คือโมเดลต้นแบบที่ทีเส็บต้องการขยายผลไปยังเมืองไมซ์อื่น ๆ ทั่วประเทศอีกด้วย
รวมไปถึงอีกหนึ่งโอกาสทางยุทธศาสตร์ที่กำลังใกล้เข้ามาคือ การเปิดด่านสะเดาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีนายกรัฐมนตรีทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิด เหตุการณ์นี้จะเชื่อมโยงสองประเทศด้านการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศ และเปิดประตูให้นักธุรกิจ นักประชุม และนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเดินทางเข้าสงขลาได้สะดวกขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อท้าทายสำคัญของ สงขลา
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้คือโครงสร้างพื้นฐานที่ยังต้องยกระดับให้รองรับกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูง โดยเฉพาะนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีความคาดหวังด้านบริการในระดับสูง
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น ห้องละหมาดที่ต้องได้มาตรฐานสากลทั้งการจัดเตรียมน้ำสำหรับอาบน้ำละหมาดอย่างถูกหลักการ มีความเป็นสัดส่วน และรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกันได้ รวมถึงการเพิ่มจำนวนโรงแรมแบรนด์ระดับนานาชาติเพื่อรองรับกลุ่มที่ต้องการบริการพรีเมียม
“เมื่อไหร่ก็ตามที่เราชัดเจน ประเทศเหล่านั้นจะวิ่งเข้าหาเราเอง เพราะเราชัด... เราไม่ Copy-Paste" ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี เน้นย้ำ!



2+










