posttoday
"กกร” ทบทวนคุมสินค้า 66 รายการ เสริมมาตรการสินค้าเกษตร สกัดสวมสิทธิ์

"กกร” ทบทวนคุมสินค้า 66 รายการ เสริมมาตรการสินค้าเกษตร สกัดสวมสิทธิ์

16 มิถุนายน 2569

"กกร" ไฟเขียว คงสินค้า-บริการควบคุม 66 รายการ อีก 1 ปี ย้ำ "ควบคุม" ไม่ได้หมายถึงคุมราคาทุกกรณี แต่มาตรการมีหลายระดับ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

KEY

POINTS

  • กกร.ทบทวนสินค้าและบริการควบคุมปี 2569 เห็นชอบคง 66 รายการต่ออีก 1 ปี พร้อมปรับมาตรการกำกับบางสินค้าให้สอดคล้องสถานการณ์
  • ทั้งเพิ่มมาตรการมะพร้าวผลอ่อน-กากถั่วเหลือง-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-เม็ดพลาสติก-หอมหัวใหญ่-กระเทียม ขณะที่แอลกอฮอล์ล้างมือ ยางพารา หน้ากากอนามัย และ ATK ลดระดับมาตรการ หลังตลาดกลับสู่ภาวะปกติ
  • ย้ำ “สินค้าควบคุม” ไม่ได้หมายถึงควบคุมราคาทุกกรณี แต่เป็นกลไกดูแลความเป็นธรรม ป้องกันราคาพุ่ง-สินค้าขาดแคลน

คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ทบทวนสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2569 เห็นชอบให้คงสินค้าและบริการควบคุม 66 รายการต่อเนื่องอีก 1 ปี 

 

พร้อมปรับมาตรการกำกับดูแลเพิ่มขึ้นและลดลงในบางรายการให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของสินค้าแต่ละประเภท เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ดูแลความเป็นธรรมด้านราคา ป้องกันการปรับขึ้นราคาที่ไม่สมเหตุสมผล และรักษาปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 2/2569 กล่าวว่า การประชุมทบทวนสินค้าและบริการควบคุมรวมถึงการกำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็น

 

โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในด้านราคาสินค้าและค่าบริการ รวมทั้งป้องกันมิให้ราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆ สูงขึ้นโดยรวดเร็วเกินสมควรและให้ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ

 

นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ติดตาม กำกับดูแลสถานการณ์ภาพรวมสำหรับสินค้าและบริการที่มีความจำเป็นและมีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง โดยการกำหนดว่าสินค้าใดควรเป็นสินค้าและบริการควบคุม มีคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมและความสอดคล้องกับสถานการณ์ของสินค้าและบริการนั้นๆ 

 

โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นลำดับแรก โดยการกำหนดสินค้าและบริการควบคุมในแต่ละปี ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สมาคมที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อนำข้อมูลด้านการผลิต การตลาด ต้นทุน และสถานการณ์การค้า มาประกอบการพิจารณาให้มาตรการกำกับดูแลมีความเหมาะสมมากที่สุด 

 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า การประชุม นอกจากทบทวนรายการสินค้าและบริการควบคุมแล้ว ที่ประชุมยังพิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะและสถานการณ์ของสินค้าและบริการนั้น ๆ โดยมีมาตรการกำกับดูแลหลายระดับตั้งแต่เข้มข้นสุด ได้แก่ การกำหนดราคาจำหน่ายสินค้าและบริการ การขออนุญาตปรับราคาจำหน่าย การขออนุญาตส่งออกสินค้าเกษตร การควบคุมการขนย้ายสินค้าเกษตร การให้แจ้งข้อมูลและแจ้งเปลี่ยนแปลงราคารับซื้อหรือจำหน่าย การจัดทำบัญชีคุมสินค้า 

 

ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับซื้อสินค้าเกษตร โดย กกร. จะเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมและจำเป็นที่สุดกับแต่ละสินค้า เพื่อให้การกำกับดูแลเกิดประสิทธิภาพ สร้างความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค พร้อมรักษาสมดุลของระบบการค้าและเสถียรภาพด้านราคาในภาพรวม

 

สำหรับการทบทวนในปีนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คงการกำหนดสินค้าและบริการควบคุมจำนวน 66 รายการ ต่อเนื่องอีก 1 ปี พร้อมคงมาตรการแสดงราคาสินค้าและบริการทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยในจำนวน 66 รายการ มีสินค้าที่มีการปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของสินค้าแต่ละประเภท 

 

โดยสินค้าที่มีการปรับเพิ่มมาตรการ ประกอบด้วย

 

1. สินค้ามะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ และกากถั่วเหลือง เพิ่มมาตรการจัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามข้อมูลด้านราคา ปริมาณการซื้อขาย การนำเข้า การส่งออก และปริมาณคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

2. สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มมาตรการควบคุมการขนย้าย

 

3. สินค้าเม็ดพลาสติก ปรับมาตรการการแจ้งข้อมูลให้ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ที่กระทบต่อคนส่วนใหญ่

 

4. สินค้าหอมหัวใหญ่และกระเทียม เพิ่มมาตรการแจ้งข้อมูลการนำเข้าและ จัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า การสวมสิทธิ์สินค้า และพฤติกรรมทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและราคาสินค้าในประเทศและสินค้าที่มีการปรับลดมาตรการ

 

เนื่องจากสถานการณ์ด้านปริมาณและราคาเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เช่น ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ ยางพารา หน้ากากอนามัย และชุดตรวจ ATK ปรับมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสภาพตลาดในปัจจุบัน โดยยังคงมาตรการที่จำเป็นต่อการคุ้มครองผู้บริโภคไว้ตามความเหมาะสม

 

นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต และภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก เพื่อให้การกำกับดูแลสินค้าและบริการเป็นไปอย่างเหมาะสม สมดุล และไม่กระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรไทย

 

“การเป็นสินค้าและบริการควบคุม ไม่ได้หมายถึงการใช้มาตรการในการควบคุมราคาจำหน่ายทุกกรณี แต่เป็นกลไกในการติดตามและกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์จะสื่อสารทำความเข้าใจต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าและบริการควบคุมแต่ละรายการมีมาตรการกำกับดูแลแตกต่างกันตามลักษณะสินค้าและสถานการณ์ตลาด” นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

กกต.ยันคดีฮั้วสว.เดินหน้าตามกม.ปัดล่าช้าศาลชี้ปมเก็บโพยไม่ผิด

กกต.ยันคดีฮั้วสว.เดินหน้าตามกม.ปัดล่าช้าศาลชี้ปมเก็บโพยไม่ผิด