
รวบ 'เกาจุ้น' มาเฟียจีนหัวแก๊งค้ามนุษย์ จัดหาคู่ผิดกฎหมาย
CIB ร่วมกับ ตม. บุกรวบ “เกาจุ้น” แกนนำเครือข่ายขบวนการลักลอบขนคนข้ามแดนและค้ามนุษย์รายสำคัญ หลังหนีกบดานย่านดินแดง สั่งเพิกถอนวีซ่าเตรียมผลักดันกลับจีนทันที
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมด้วยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ร่วมกันเข้าตรวจสอบและดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรกับ นายเกา (MR. Gao) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ตามหนังสือเพิกถอนฯ ที่ ตช.0029.25/1395 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2569 โดยพบตัวบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 1 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์คดีลักลอบขนคนข้ามแดน
คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้สืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมลักลอบพาคนข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย ซึ่งตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา เครือข่ายนี้ได้จัดหาหญิงชาวเมียนมากว่า 20 คน ลักลอบเข้าประเทศจีน และนำชายชาวจีนอีกกว่า 20 คน เดินทางไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดหาคู่โดยผิดกฎหมาย มีการใช้วิธีปลอมแปลงเอกสารและอ้างเหตุอันเป็นเท็จเพื่อขอวีซ่าธุรกิจในการผ่านแดน
ต่อมาตำรวจจีนได้เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย แต่นายเกา ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญในข้อหาลักลอบนำบุคคลข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ได้หลบหนีออกจากประเทศจีนเข้ามายังประเทศไทย ทางการจีนจึงได้ส่งคำร้องขอให้ทางการไทยสืบสวนติดตามตัวผ่านช่องทางการประสานงานความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (MLC) ดำเนินการโดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)
แกะรอยชาร์จตัวกลางกรุง
ศูนย์ ACSC ได้มอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สืบสวนหาตัว โดยเจ้าหน้าที่ บก.ป. ได้แฝงตัวลงพื้นที่ภาคสนามร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสืบสวนจนทราบแหล่งกบดานของนายเกาที่โรงแรมย่านดินแดง จึงประสานข้อมูลไปยัง บก.ตม.1 เพื่อร่วมปฏิบัติการ
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเกาเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยกว่า 21 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดแฝงตัวเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ทาง ผบก.ตม.1 จึงสั่งการให้เพิกถอนวีซ่าโดยด่วนตามมาตรการ "ไม่ให้อยู่ V.2" ของ สตม. เพื่อป้องกันไม่ให้อาชญากรข้ามชาติใช้ไทยเป็นสถานที่กบดาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยจะร่วมกันเข้าชาร์จตัวและแสดงหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และควบคุมตัวเพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
ตำรวจเตือนผู้ประกอบการที่พัก
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคม อาชญากรข้ามชาติมักใช้วีซ่าท่องเที่ยวและเลือกพักในย่านธุรกิจหรือย่านที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่นเพื่อความกลมกลืน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนและผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก หากไม่แจ้งการเข้าพักของชาวต่างชาติต่อ ตม. อาจมีความเสี่ยงรับโทษฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดจะถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรทันที







