
ความจริงอันเจ็บปวด สินเชื่อมากมาย แต่ทำไม SME ยังไม่รอด
เปิดเสียงสะท้อนอันเจ็บปวด ภายใต้แคมเปญการตลาด “SME” ของเหล่าธนาคารพาณิชย์ สินเชื่อมีมากมาย แต่ทำไมตัวเลขปิดกิจการยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา กับคำถาม "จริงใจหรือไม่"
“เมื่อไหร่ก็ตาม ที่นโยบายภาครัฐ เร่งให้สถาบันการเงินปล่อยเงินกู้สำหรับ SME เมื่อนั้นผมจะได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายสินเชื่อเสมอ เพราะเขาอยากได้ยอดตามเป้า อยากเพิ่มทุนให้ผม ผมบอกเลยว่า ไม่ต้องโทรหาผม ให้ไปช่วย SME ที่ต้องการเงินทุนเถอะ ” เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ SME รายหนึ่ง สะท้อนปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ SME กับ โพสต์ทูเดย์ ที่เข้าใจถึงความต้องการแก้ปัญหาของรัฐบาล แต่ไม่แน่ใจว่า สถาบันการเงิน โดยเฉพาะแบงก์เอกชน หรือ ธนาคารพาณิชย์ เข้าใจ และต้องการช่วยอย่างจริงใจ เหมือนกับที่โฆษณาเต็มไปหมด หรือไม่
จริงอยู่ที่ธนาคารพาณิชย์ ต้องปล่อยสินเชื่อคุณภาพ และไม่ต้องการ NPL แต่ก็มี SME อีกไม่น้อยที่ไปต่อไม่ได้ เพราะไม่มีเงินทุนปลดล็อก เพราะบางครั้ง NPL ที่เกิด ก็เกิดจากอุบัติเหตุทางธุรกิจที่ไม่คาดฟัน หรือมาจากปัจจัยภายนอกที่เขาเองก็ยากจะควบคุม แต่กลับไม่มีเพื่อนคู่คิด ยื่นมือเข้ามาช่วยและไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้
ผู้ประกอบการ SME หลายรายสะท้อนปัญหากับ โพสต์ทูเดย์ ว่า กว่าจะมีวันนี้ หากเขาไม่ได้ธนาคารรัฐ หรือ หน่วยงานรัฐ ช่วย เพราะพร้อมจะเข้าใจและเคียงคู่กับเขาจริงๆ เขาอาจจะไม่ได้ต่อยอดการผลิตจนสามารถส่งออเดอร์ไปยังต่างประเทศได้จนถึงทุกวันนี้ เพียงแค่เขามี NPL จากปัจจัยที่ไม่ได้เกิดจากความไม่มีวินัย หรือไม่ตั้งใจทำงาน แต่อย่างใด
ขณะที่หน่วยงานรัฐเอง ก็สะท้อนถึงที่มาของวงเงินช่วยเหลือในโครงการต่างๆของภาครัฐ ซึ่งล้วนมีที่มาจากปัญหา SME ติด NPL และ ธนาคารพาณิชย์ ช่วยไม่ได้ ด้วยเกณฑ์พิจารณาที่อยู่ในกรอบ และดอกเบี้ยที่ไม่สามารถทำได้เท่ากับนโยบายของรัฐ
แต่เราก็ยังคงเห็นธนาคารพาณิชย์ จัดแคมเปญหายอดสินเชื่อลูกค้า SME อย่างต่อเนื่อง และหลากหลายที่ไม่ได้ให้เพียงสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อสีเชียว ที่ต้องการช่วย SME ปรับปรุงธุรกิจสู่ยุคกรีนบ้าง คาร์บอนต่ำบ้าง เจาะตลาดโลกบ้าง เพื่อสร้างโอกาสในการเปิดตลาดใหม่และอยู่รอดในระยะยาว ตลอดจนการเปิดเวทีอบรม สัมมนา สรรหาหลักสูตรเพื่อเพิ่มทักษะของ SME เพื่อให้เติบโตและกลายมาเป็นลูกค้าคุณภาพ
แต่ก็ยังมี SME อีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จากตัวเลขของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบโรงงานเลิกกิจการ 156 แห่ง เพิ่มขึ้น 11.4% ขณะที่การเปิดกิจการใหม่เพียง 139 แห่ง ปรับตัวลดลงรุนแรงถึง 63.9% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า
แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ กล่าวกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า ปัญหาคือ ธนาคารพาณิชย์ ไม่เข้าใจ SME และเขาต่างคนต่างทำงาน มีกลุ่มพันธมิตรที่อยู่เฉพาะในกลุ่มของตนเอง ทำให้การช่วยเหลือยังไม่ครบทุกมิติ
เขากล่าวอีกว่า “SME ไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่เขาต้องการพันธมิตร” พร้อมยอมรับว่า “ที่ผ่านมามีคนในแวดวงธนาคารมาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรถึงจะช่วย SME ได้” ซึ่งเขาก็ได้เน้นย้ำไปที่ประเด็นเดิมคือ “การมีพันธมิตร” ที่ไม่ได้อยู่แค่เฉพาะกลุ่มของตนเอง
จากประสบการณ์เขามักพบอยู่บ่อยครั้งว่า SME มักถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ของผู้สนับสนุนหลัก และไม่ทำงานร่วมกัน หากต้องทำงานร่วมกัน ก็จะมักจะติดข้อจำกัดว่า อันนี้โครงการคนนั้น ไม่ใช่โครงการเรา ทำให้การช่วยเหลือเป็นเรื่อง ของใครของมัน จนไม่เห็นภาพรวม ทั้งระบบ
ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ออกมาเปิดเผยการสำรวจหัวข้อ “การเข้าถึงสินเชื่อของ SMEไทย” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 ราย พบว่า ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มีความต้องการขอสินเชื่อ เพื่อเสริมสภาพคล่อง 56.23% โดยยื่นขอจากธนาคารพาณิชย์ 41.21% ธนาคารของรัฐ 30.80% และเพื่อลงทุนหรือขยายกิจการ 61.4% โดยยื่นขอจากธนาคารพาณิชย์ 40.94% ธนาคารของรัฐ 30.19%
ส่วนใหญ่ต้องการเสริมสภาพคล่องธุรกิจ 54.75% ขยายธุรกิจ 46.66% ชำระหนี้เก่า 32.37% และมักจะนึกถึงธนาคารของเอกชนก่อน ถึง 28.78% ธนาคารของรัฐ 23.48%
แต่เมื่อสำรวจลงลึก หัวข้อ “ความต้องการสินเชื่อและการเข้าถึงสินเชื่อ” นั้น กลุ่มตัวอย่าง 24.61% บอกว่าเคยยื่น ส่วน 75.39% บอกว่าไม่เคยยื่น เนื่องจากส่วนใหญ่ถึง 44.11% คิดว่า ยังไงก็ไม่ได้อยู่แล้ว
ส่วนสาเหตุที่สถาบันการเงินในระบบไม่อนุมัติสินเชื่อให้นั้น กลุ่มตัวอย่างบอกเหตุผลหลัก เกิดจากหลักทรัพย์ที่ค้ำมีมูลค่าน้อย หรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำเลย ไม่มีประวัติการชำระเงิน และไม่มีการทำบัญชี เป็นต้น
เมื่อการเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายและสะดวกที่สุด คือ ธนาคารพาณิชย์ แต่จากผลสำรวจและเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการทั้งที่เป็น SME และ ยักษ์ใหญ่ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ยาก”
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ธนาคารพาณิชย์จะเปลี่ยนการช่วย SME จากแคมเปญการตลาดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ และหันมาช่วยอย่างจริงใจ และพร้อมเปิดกว้างทำงานร่วมกับพันธมิตรอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ในองค์กรของตนเอง







