
อาเซียนจ่อใช้ "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
AI เตรียมพลิกโฉมภาคการผลิตอาเซียน จ่อใช้ "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพในโรงงานอุตสาหกรรม
ผู้บริหารระดับสูงในวงการ AI ชี้ อาเซียนพร้อมเต็มที่สำหรับการนำ "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้งานจริงในศูนย์โลจิสติกส์และโรงงานผลิต
Aimi Komatsu ผู้อำนวยการบริษัท Agibot Innovation (Shanghai) Technology ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เปิดเผยบนเวทีเสวนา Nikkei Asia Forum APAC 2026 เมื่อวันพฤหัสบดีว่า "ภาคการผลิตถือเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการทั่วทั้งอาเซียนกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น"
เธอยังระบุเพิ่มเติมว่า หุ่นยนต์อัตโนมัติจะเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในกลุ่มประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยจะเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งการคัดแยก จัดการ และเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ รวมไปถึงโอกาสในการต่อยอดไปใช้ดูแลผู้สูงอายุในอนาคต แม้ว่าการใช้งานด้านการดูแลผู้สูงอายุอาจจะต้องใช้เวลาพัฒนาอีกระยะหนึ่งก็ตาม
Komatsu ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าปัจจุบันบริษัทได้ส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ลงปฏิบัติงานจริงในสายการผลิตแล้ว และเพิ่งผลิตหุ่นยนต์ตัวที่ 10,000 ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัททำรายได้ถึง 1.05 พันล้านหยวน (ราว 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีที่แล้ว โดยยอดขายประมาณหนึ่งในสามมาจากตลาดต่างประเทศ
ทางด้าน Levi Nguyen ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT ประจำประเทศไทยและไต้หวัน บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ มองว่า การนำ AI เข้ามาใช้ในฐานการผลิตของภูมิภาค จะช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซากจำเจของมนุษย์ และยกระดับระบบซ่อมบำรุงในโรงงานให้เป็นการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และป้องกันได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ ผู้บริหารหลายรายยังเห็นตรงกันว่า การที่อาเซียนมีแรงงานมนุษย์อยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการทำงานจริงของมนุษย์ ซึ่งผู้พัฒนาจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ฝึกฝนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต่อไป
"ลองจินตนาการดูว่า หากคนงานทุกคนติดกล้องไว้กับตัวเพื่อเก็บข้อมูลการทำงาน คุณจะเห็นเลยว่าภูมิภาคอาเซียนสามารถสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรม AI ได้มหาศาลขนาดไหน" Komatsu กล่าว
ต่อยอดสู่การศึกษาและทักษะแห่งอนาคต
การประยุกต์ใช้ AI ยังครอบคลุมไปถึงแวดวงการแปลภาษาและการศึกษา Wenchuan Liu ผู้จัดการทั่วไปของ iFlytek บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรู้จำเสียงพูด (Speech Recognition) และผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการแปลและการศึกษา ระบุว่า เทคโนโลยีนี้สามารถสร้างบทเรียนเฉพาะบุคคลให้เข้ากับนักเรียนแต่ละคนได้
"เราสามารถใช้เทคโนโลยีนี้สร้างบทเรียนเฉพาะบุคคลได้หรือไม่" Liu ตั้งคำถามชวนคิด พร้อมเสริมว่า
"เด็กแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ระบบการศึกษาในปัจจุบันกลับใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ หากมีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน"
แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่ Komatsu เน้นย้ำว่า "Physical AI" หรือเทคโนโลยี AI ที่ทำงานเชื่อมต่อกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ทางกายภาพ ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่วิศวกรระดับหัวกะทิ แต่ยังต้องการวิศวกรสายปฏิบัติการที่สามารถลงมือติดตั้งระบบและประยุกต์ใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในสถานการณ์จริง
สอดคล้องกับมุมมองของ Nguyen ที่ชี้ว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องยกเครื่องหลักสูตรเพื่อผลิตวิศวกรรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกันภาคธุรกิจก็ต้องเร่งพัฒนาทักษะ (Upskill) วิศวกรที่มีอยู่เดิมให้พร้อมรับมือกับการนำ AI มาใช้งานจริง







