
บอร์ดอิสระ Meta ชี้ โมเดล AI ชั้นนำเลี่ยงวิจารณ์รัฐบาลเผด็จการ
บอร์ดอิสระ Meta ชี้ โมเดล AI ชั้นนำไม่ว่าจะเป็น Anthropic หรือ OpenAI มีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการวิจารณ์รัฐบาลที่ขึ้นชื่อเรื่องการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก
คณะกรรมการตรวจสอบอิสระของ Meta (Meta Oversight Board) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีโดยระบุว่าโมเดลปัญญาประดิษฐ์จากห้องปฏิบัติการชั้นนำ ทั้ง Anthropic และ OpenAI ต่างเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการวิจารณ์รัฐบาลที่มีประวัติจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก
รายงานฉบับนี้นับเป็นการศึกษาชิ้นแรกของคณะกรรมการที่มุ่งตรวจสอบโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่างจริงจัง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นชัดเจนว่า บริการ AI ต่างๆ เริ่มปรับกลไกการทำงานให้สอดรับกับกฎหมายของประเทศที่มีการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งความลำเอียงในลักษณะนี้อาจแทรกซึมเข้าสู่บริการที่ผู้คนจำนวนมากกำลังใช้งานอยู่โดยไม่ทันรู้ตัว
แม้คณะกรรมการชุดนี้จะได้รับทุนสนับสนุนจาก Meta แต่ก็ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ โดยทีมงานได้ทดสอบระบบด้วยการป้อนคำสั่งให้ AI สร้างเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองภายใต้บริบทของ 10 ประเทศและดินแดน ผ่านโมเดล AI รวม 10 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่โมเดลของ Meta Platforms, Google ไปจนถึง DeepSeek จากประเทศจีน
ในการทดสอบ ทีมวิจัยได้แบ่งกลุ่มประเทศดังกล่าวออกเป็นกลุ่ม "เปิดกว้าง" และกลุ่ม "คุมเข้ม" โดยอ้างอิงข้อมูลจากองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง Freedom House ที่จัดทำและเผยแพร่รายงานสถานการณ์เสรีภาพทั่วโลก (Freedom in the World) เป็นประจำทุกปี
ผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า โมเดล AI มีแนวโน้มปฏิเสธคำสั่งให้สร้างเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองในกลุ่มประเทศที่ใช้กฎหมายควบคุมผู้เห็นต่างอย่างเด็ดขาด (เช่น จีนและซาอุดีอาระเบีย) สูงถึง 34% ขณะที่อัตราการปฏิเสธคำสั่งลักษณะเดียวกันในกลุ่มประเทศเสรีที่มีความเปิดกว้าง กลับมีเพียง 14% เท่านั้น
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังระบุเพิ่มเติมว่า "หลายครั้งโมเดล AI พยายามอ้างเหตุผลในการปฏิเสธคำสั่งว่าจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด แต่จากการตรวจสอบกลับพบว่ากฎที่นำมาอ้างนั้นไม่มีอยู่จริง และตัวระบบเองก็ไม่ได้ใช้มาตรฐานเหล่านี้อย่างเท่าเทียมกัน"
จากข้อค้นพบดังกล่าว คณะกรรมการจึงเรียกร้องให้บรรดาบริษัทผู้พัฒนา AI เร่งประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ รวมถึงเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการฝึกฝนและทดสอบโมเดล AI ของตนเองให้มากขึ้น
ประเด็นนี้สอดคล้องกับความตื่นตัวของวงการเทคโนโลยีระดับโลก โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เดมิส ฮัสซาบิส (Demis Hassabis) ซีอีโอของ Google DeepMind เพิ่งออกมาเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำจัดตั้งองค์กรเฝ้าระวัง AI ระดับโลก เพื่อทำหน้าที่คัดกรองและตรวจสอบโมเดล AI ขั้นสูงอย่างรัดกุมก่อนอนุญาตให้เปิดใช้งานจริง







