
“น้ำนมโคมวกเหล็ก” จ่อขึ้นทะเบียน GI เพิ่มรายได้เกษตรกร 4,200 ฟาร์ม
"น้ำนมโคมวกเหล็ก" สระบุรี จ่อเข้าสู่ระบบคุ้มครอง GI ชูอัตลักษณ์นมสดคุณภาพเยี่ยม ป้องกันสวมสิทธิ์-เพิ่มรายได้เกษตรกร 4,200 ฟาร์ม
ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่ต้นกำเนิดการเลี้ยงโคนมแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านภูมิประเทศ สภาพอากาศ และมาตรฐานการเลี้ยงโคนมที่สั่งสมมายาวนานกว่า 60 ปี และมีการผลักดันน้ำนมโคมวกเหล็กมาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นน้ำนมรสหวานมัน กลิ่นหอมเฉพาะตัว และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5,600 ล้านบาทต่อปีให้กับเกษตรกรกว่า 4,200 ฟาร์มในพื้นที่ รวมถึงล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังเตรียมผลักดันเป็นสินค้า GI ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและคุณภาพระดับพรีเมียม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาและคณะ ลงพื้นที่ สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อส่งเสริมและตรวจสอบข้อเท็จจริงสินค้าที่มีศักยภาพในการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “น้ำนมโคมวกเหล็ก” โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและปกป้องอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์น้ำนมโคคุณภาพเยี่ยมที่เป็นความภูมิใจของคนไทย
นางอรมน เปิดเผยว่า อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ถือเป็นพื้นที่บุกเบิกด้านการเลี้ยงโคนมของประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาแนวทางการเลี้ยงโคนมเพื่อเป็นอาชีพที่มั่นคงแก่เกษตรกร ด้วยสภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงและที่ราบเชิงเขา ที่ระดับความสูง 300 – 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดปี และดินมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้พืชอาหารสัตว์มีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งโปรตีนและแร่ธาตุ จึงเหมาะกับการเลี้ยงโคนม
โดยเกษตรกรในท้องถิ่นมีการคัดเลือกโคนมสายพันธุ์แท้คุณภาพสูง ดูแลด้วยระบบกึ่งธรรมชาติ ให้อาหารหยาบสดและพืชอาหารสัตว์ ควบคู่กับการจัดการฟาร์มมาตรฐานเข้มงวด เน้นความสะอาดและสุขภาพของโคนมเป็นหลัก ส่งผลให้น้ำนมโคมวกเหล็กมีคุณภาพโดดเด่นด้วยรสชาติที่หวานมัน เนื้อสัมผัสเข้มข้นละมุน และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศมายาวนานกว่า 60 ปี
ปัจจุบันน้ำนมโคมวกเหล็กมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยมีปริมาณการผลิตรวมต่อปีกว่า 259 ล้านกิโลกรัม และสร้างมูลค่าการจำหน่ายรวมต่อปีสูงถึงกว่า 5,600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นกว่า 4,200 ฟาร์ม
นางอรมน กล่าวต่อว่า น้ำนมโคมวกเหล็กเป็นสินค้าแห่งความภาคภูมิใจของชาวสระบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต้นกำเนิดการเลี้ยงโคนมของประเทศไทย โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมากที่สุดในประเทศ และสามารถผลิตน้ำนมโคได้มากกว่า 100 ตันต่อวัน สินค้าชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่น้ำนมดิบทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่เกิดจากอัตลักษณ์แห่งผืนดินและภูมิอากาศของอำเภอมวกเหล็กอย่างแท้จริง ทำให้น้ำนมที่ได้มีคุณภาพดี และมีรสชาติ
เป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบ
ทั้งยังได้รับมาตรฐานระดับสากล แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเป็นมืออาชีพของผู้ประกอบการในพื้นที่ จึงเห็นว่าควรมีการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสินค้าน้ำนมโคมวกเหล็กให้เป็น GI เพื่อเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองชื่อเสียงของสินค้า ป้องกันการแอบอ้างสวมสิทธิโดยสินค้าจากแหล่งอื่น สร้างมูลค่าและอำนาจต่อรองให้กับกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ได้ในอนาคต ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จะบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันสินค้าดังกล่าวเข้าสู่ระบบการคุ้มครอง GI ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย GI
นางอรมน อีกว่า การทำตลาดสินค้าน้ำนมโคมวกเหล็กไม่ควรจำกัดอยู่เพียงแค่การผลิตนมดิบที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ควรต่อยอดไปสู่การสร้าง “เรื่องราว” (Storytelling) ของผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตเกษตรกรโคนมมวกเหล็กตามแนวพระราชดำริ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับผู้บริโภค อีกทั้งยังสนับสนุนให้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสหกรณ์โคนมมวกเหล็กและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์จากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่มาพร้อมกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสร้างระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มั่นคงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จังหวัดสระบุรีมีสินค้าที่ขึ้นทะเบียนเป็น GI แล้ว 3 รายการ ได้แก่ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เผือกหอมบ้านหมอ และมะม่วงมันหนองแซงสระบุรี ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 373 ล้านบาทในปี 2568 โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่าการผลักดันการขึ้นทะเบียน “น้ำนมโคมวกเหล็ก” เป็น GI จะช่วยให้สินค้าได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค โดยเป็นการการันตีคุณภาพและแหล่งกำเนิดที่ชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือการยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอมวกเหล็กอย่างยั่งยืน







