
มาอีกระลอก! Meta หั่น 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก เซ่นแผนลงทุน AI
ปลดฟ้าผ่า 8,000 ตำแหน่ง! Meta เริ่มกระบวนการเลิกจ้างพนักงานทั่วโลก โดยเริ่มจากศูนย์กลางในเอเชียอย่างสิงคโปร์ มุ่งเป้าไปที่ทีมวิศวกรและฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms Inc.) เริ่มแจ้งเลิกจ้างพนักงานหลายพันตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างองค์กรที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัว และเตรียมทุ่มงบลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มกำลัง
เมื่อช่วงเช้าวันพุธ บริษัทเริ่มแจ้งข่าวนี้แก่พนักงานทั่วโลก โดยพนักงานในสิงคโปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางภูมิภาคเอเชียได้รับอีเมลเลิกจ้างเป็นกลุ่มแรกในเวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่บันทึกข้อความภายในระบุว่า พนักงานในยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็จะได้รับแจ้งในช่วงเช้าตรู่ตามเวลาของแต่ละภูมิภาคเช่นเดียวกัน
บริษัทขอให้พนักงานทำงานจากที่บ้านระหว่าง (Work from home) ขณะกำลังดำเนินการปรับลดตำแหน่งงานราว 8,000 อัตราทั่วโลก แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า การปลดพนักงานระลอกนี้มุ่งเป้าไปที่ทีมวิศวกรและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นหลัก และบริษัทอาจเลิกจ้างเพิ่มเติมอีกในช่วงปลายปีนี้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ เมตาเพิ่งแจ้งโยกย้ายพนักงานราว 7,000 คนไปสังกัดทีมใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อลุยโปรเจกต์ AI โดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ AI Agent
ปัจจุบัน เมตาทุ่มงบลงทุนด้าน AI ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และเมื่อนับถึงสิ้นเดือนมีนาคมก่อนเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้าง บริษัทมีพนักงานรวมทั้งสิ้นเกือบ 80,000 คน
เจเนลล์ เกล (Janelle Gale) หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลของเมตา ระบุในบันทึกภายในว่า "ตอนนี้เรามาถึงจุดที่หลายแผนกสามารถเดินหน้าด้วยโครงสร้างองค์กรที่มีทีมทำงานขนาดเล็ก ขับเคลื่อนได้ไวและรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้องค์กรมีประสิทธิผล และช่วยให้การทำงานมีคุณค่ามากขึ้น"
ด้าน มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของเมตา ประกาศให้ AI เป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่ง พร้อมระดมสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อเร่งเครื่องตามคู่แข่งอย่างกูเกิล (Google) และโอเพนเอไอ (OpenAI) ความมุ่งมั่นดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในแง่ของบุคลากรและรูปแบบการทำงานของบริษัท
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซักเคอร์เบิร์กเดินหน้าบีบให้องค์กรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงานหลายระลอก เขาผลักดันให้วิศวกรนำ AI มาช่วยเขียนโค้ดและจัดการงานทั่วไป วางแผนเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ของพนักงานเพื่อนำไปพัฒนาเทคโนโลยี และถึงขั้นลงมือเขียนโค้ดสร้างผู้ช่วย AI ส่วนตัวเพื่อแบ่งเบาภาระงานซีอีโอ เช่น การรวบรวมความคิดเห็นจากพนักงาน
อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างรวดเร็วสร้างความกดดันและวิตกกังวลให้พนักงานเมตาอย่างหนัก พนักงานกว่าพันคนร่วมกันลงชื่อในคำร้องถึงซักเคอร์เบิร์กและผู้บริหารระดับสูง เพื่อเรียกร้องให้บริษัทเลิกเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ของตนไปฝึกฝน AI ซึ่งการเก็บข้อมูลดังกล่าวลงลึกถึงระดับการบันทึกการกดแป้นพิมพ์ การเลื่อนเมาส์ และเนื้อหาบนหน้าจอ
นอกจากนี้ พนักงานบางส่วนยังระบายความอัดอั้นบนโซเชียลมีเดียว่า ภัยคุกคามจากการถูกเลิกจ้างส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและขวัญกำลังใจอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน การทุ่มงบลงทุนด้าน AI อย่างหนักของเมตาก็เริ่มทำให้นักลงทุนกังวลว่าอาจได้ไม่คุ้มเสีย แม้บริษัทจะพยายามชี้แจงว่าการปลดพนักงานคือโอกาสในการชดเชยต้นทุนการลงทุน AI มหาศาล แต่นักวิเคราะห์จากเอเวอร์คอร์ (Evercore) ประเมินว่า การเลิกจ้างครั้งนี้จะช่วยบริษัทประหยัดงบได้เพียง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับงบประมาณรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditures) ของเมตาที่อาจพุ่งสูงถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และยังไม่รวมเม็ดเงินอีกหลายแสนล้านดอลลาร์ที่บริษัทวางแผนจะอัดฉีดเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ภายในสิ้นทศวรรษนี้







