posttoday
Anthropic เผย AI จีนอาจตามทันและแซงหน้าสหรัฐฯภายในปี 2028

Anthropic เผย AI จีนอาจตามทันและแซงหน้าสหรัฐฯภายในปี 2028

20 พฤษภาคม 2569

Anthropic เตือน จีนอาจแซงสหรัฐฯขึ้นเป็นผู้นำ AI โลกในปี 2028 แม้กำลังผลิตชิปยังตามหลังหลายเท่า แต่ปัจจุบันกำลังไล่กวดมาอย่างรวดเร็ว

การแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯและจีนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งสองประเทศต่างมุ่งมั่นแข่งขันเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง เนื่องจาก AI จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับการคิดค้น วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ช่วยถ่างช่องว่างทางเทคโนโลยีอย่างมั่นคง ทั้งสองประเทศจึงมุ่งพัฒนา AI เพื่อขึ้นเป็นอันดับหนึ่งโลก

 

รายงานล่าสุดของ Anthropic อาจสร้างแรงสะเทือนกับสหรัฐฯครั้งใหญ่ เมื่อมีการระบุว่าจีนอาจแซงหน้าสหรัฐฯในไม่ช้า

 

Anthropic เผย AI จีนอาจตามทันและแซงหน้าสหรัฐฯภายในปี 2028

 

เมื่อ AI จากจีนอาจแซงหน้าสหรัฐฯในไม่กี่ปี

 

ข้อมูลนี้เป็นเอกสารเผยแพร่จาก Anthropic สตาร์ทอัพเจ้าของโมเดลอัจฉริยะอย่าง Claude ที่มีการประเมินฉากทัศน์ของปี 2028 ปีที่เทคโนโลยี AI จะมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงระดับชาติว่า สหรัฐฯอาจสูญเสียข้อได้เปรียบจนจีนอาจขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI โลกแทน

 

จริงอยู่นี่อาจเป็นฉากทัศน์ที่ฟังดูเกินจริงอยู่บ้าง เนื่องจากข้อได้เปรียบสูงสุดของสหรัฐฯคือชิปประมวลผลขั้นสูงที่จำกัดและควบคุมการส่งออกอย่างเข้มงวด ข้อมูลพบว่าปัจจุบัน Huawei บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีน ในปี 2026 มีกำลังการผลิตชิปประมวลผลคิดเป็น 4% จาก NVIDIA เท่านั้น และอาจลดลงเหลือ 2% ในปี 2027

 

ในขณะที่สหรัฐฯมีระบบคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และบริษัทชิปขนาดใหญ่ นอกจาก NVIDIA หลายบริษัทเริ่มเล็งผลิตชิปขึ้นมาใช้เอง เช่น Google หรือ Amazon ที่เริ่มออกแบบชิปภายในเพื่อนำมาใช้งานกับโครงสร้างพื้นฐานและโมเดล AI ของตนเช่นกัน และอาจทำให้สหรัฐฯสามารถเพิ่มกำลังประมวลผล AI ให้มากกว่าจีนได้สูงถึง 11 เท่า

 

ด้วยเหตุนี้ในฉากทัศน์แรกจากที่ Anthropic ประเมินระบุว่า ถ้าสหรัฐฯครองความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีได้เด็ดขาด จะทำให้โมเดล AI ของสหรัฐฯล้ำหน้ากว่าจีนราว 12 – 24 เดือน ทำให้ระบบ AI สหรัฐฯกลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจโลก และเกราะป้องกันทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งต่อไป

 

ในอีกทางกรณีที่จีนสามารถอุดช่องโหว่ด้านกำลังประมวลผลและพัฒนาโมเดล AI ล้ำสมัยได้สำเร็จ ต่อให้ไม่สามารถผลิตชิปได้เพียงพอ จีนจะใช้แนวทางการกระจายความรู้ ดาต้าเซ็นเตอร์ และเปิดให้เข้าถึงโมเดลในราคาถูก กระจายไปตามประเทศกำลังพัฒนา จนอาจทำให้โมเดลจีนครองตลาดไปในที่สุด

 

Anthropic เผย AI จีนอาจตามทันและแซงหน้าสหรัฐฯภายในปี 2028

 

สาเหตุในการก้าวขึ้นมาทัดเทียมของจีน และข้อจำกัดของสหรัฐฯ

 

ฟังดูเป็นเรื่องแปลกเมื่อข้อมูลมีการพูดถึงและเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า จีนมีสัดส่วนการผลิตชิปน้อยกว่าสหรัฐฯหลายสิบเท่าแถมมีแนวโน้มลดลงในปี 2027 อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะทำอย่างไรให้ทัดเทียม ส่วนนี้มาจากช่องโหว่และการรั่วไหลทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯเอง

 

ประเด็นแรกคือ การลักลอบจำหน่ายชิป หนึ่งในสินค้าที่เป็นที่ต้องการของจีนคือ ชิปรุ่นล่าสุดจาก NVIDIA ที่มีการลักลอบจากสหรัฐฯไปสู่จีนอย่างกว้างขวาง เช่น กรณีบริษัท Super Micro Computer Inc ที่ถูกอัยการสหรัฐฯยื่นฟ้องข้อหาลักลอบส่งออกเซิร์ฟเวอร์ที่บรรจุชิป AI ขั้นสูงไปจีน มูลค่ารวมกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์

 

อันดับถัดมาคือ การลักลอบเข้าถึงคลาวด์จากต่างแดน บริษัทไอทีของจีนอย่าง Alibaba หรือ ByteDance อาศัยวิธีเลี่ยงไปใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จากภูมิภาคอื่น เพื่อให้เข้าถึงและใช้งานกำลังประมวลผลขั้นสูงเพื่อเทรนโมเดล AI เรือธงของบริษัท จนสามารถเข้าถึงทรัพยากรทัดเทียมบริษัทในสหรัฐฯ

 

สุดท้ายคือ การโจมตีแบบดึงข้อมูล อุตสาหกรรม AI ของจีนพึ่งพาการดึงข้อมูลจากโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ อาศัยการสร้างบัญชีปลอมจำนวนมากในการเข้าใช้งานแล้วกลั่นคำตอบจากโมเดลชั้นสูงของสหรัฐฯ จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้ไปเทรนโมเดล AI ของตัวเอง วิธีนี้ช่วยประหยัดต้นทุนและทำให้โมเดลจีนไล่หลังสหรัฐฯไม่มาก

 

อีกส่วนที่ต้องได้รับการพูดถึงคือ ข้อจำกัดทางทรัพยากร ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อาศัยพลังงานและน้ำปริมาณมหาศาล สหรัฐฯเผชิญข้อจำกัดจากพลังงานและน้ำในประเทศ จนเกิดกระแสต่อต้านในกลุ่มมวลชนท้องถิ่นที่ถูกแย่งชิงทรัพยากร ขณะที่จีนมีโครงสร้างพลังงานเพียงพอและเกิดผลกระทบในส่วนนี้น้อยกว่า

 

นั่นทำให้แนวโน้มที่ AI จีนจะสามารถแซงสหรัฐฯก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว

 

Anthropic เผย AI จีนอาจตามทันและแซงหน้าสหรัฐฯภายในปี 2028

 

อันตรายที่ตามมาเมื่อ AI จีนครองตลาด

 

สำหรับประเทศกำลังพัฒนา องค์กร ตลอดจนผู้บริโภคทั่วไป การผงาดขึ้นมาของจีนจะเป็นผลดีเพราะก่อให้เกิดการแข่งขัน AI จีนเปิดให้เข้าถึงในราคาถูกหรือเปิดเป็นโอเพนซอร์สให้เข้าถึงได้ทั่วไป บริษัทไอทีจีนก็มีการลงทุนในหลายประเทศความก้าวหน้าของจีนจึงถือเป็นประโยชน์ในการเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นสูงในราคาถูก

 

อย่างไรก็ตาม AI จากจีนก็มีประเด็นในหลายด้าน ข้อมูลจาก Center for AI Standards and Innovation (CAISI) ศูนย์ประเมินเทคโนโลยีอิสระเปิดเผยว่า โมเดล AI ของ Deepseek เมื่อถูกเจลเบรกมีอัตราการปฏิบัติตามคำสั่งอันตรายสูงถึง 94% ในขณะที่โมเดลสหรัฐฯมีอัตราทำตามคำสั่งอยู่ที่ 8% เท่านั้น จึงอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยไซเบอร์ในระยะยาว

 

การเปิดเผยโมเดลเป็นโอเพนซอร์สให้โปรแกรมเมอร์ทั่วโลกเข้าถึง สามารถนำไปใช้งาน พัฒนา และต่อยอดอิสระนั้น จริงอยู่มันเปิดโอกาสเข้าถึงและกระจายความเท่าเทียมทางเทคโนโลยี แต่ก็มีความเสี่ยงที่ผู้ไม่หวังดีหรือรัฐบาลจะนำไปใช้งานในทางลบ นำไปใช้ในการโจมตีไซเบอร์ พัฒนาอาวุธ ตลอดจนการควบคุมและตรวจสอบอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ

 

ด้วยเหตุนี้ทาง Anthropic จึงได้เสนอให้มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งควบคุมการส่งออกชิป ควบคุมการเข้าถึงคลาวด์จากนอกประเทศ ควบคุมเครื่องมือผลิตชิป ไปจนการออกกฎหมายระบุว่า การดึงข้อมูลจาก AI ไปเทรนโมเดลเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและสนับสนุนระบบตรวจจับพฤติกรรมนี้ร่วมกันในประเทศ

 

อีกส่วนคือการสนับสนุนการลงทุน ผลักดัน และกระจายเทคโนโลยีออกสู่ประเทศพันธมิตร เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงจนหันมาใช้ฮาร์ดแวร์และโมเดล AI จากสหรัฐฯ ป้องกันไม่ให้จีนทุ่มเม็ดเงินลงทุนไปวางรากฐานในประเทศเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยให้ห่วงโซ่เทคโนโลยีของสหรัฐฯยังคงแข็งแกร่งเหมือนที่เคยเป็นมา

 

 

 

 

ข้อมูลจาก Anthropic เหล่านี้ยังคงเป็นฉากทัศน์จากคาดการณ์เป็นหลัก แม้จะดูน่าเชื่อถือและมีแนวโน้มเกิดขึ้นจริงอยู่มาก แต่ในโลกความจริงปัจจัยแทรกซ้อนร้อยแปดอาจเข้ามาแทรกจนพลิกโฉมสถานการณ์ไปโดยสิ้นเชิง คงต้องรอดูกันต่อไปว่า AI โลกจะหันไปสู่ทิศทางใด และใครจะเป็นผู้ก้าวนำในปี 2028

 

 

 

ที่มา

 

https://www.anthropic.com/research/2028-ai-leadership

 

https://interestingengineering.com/ai-robotics/anthropic-china-us-ai-race-2028

 

ข่าวล่าสุด

SET แกว่งลง กังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง-บอนด์ยีลด์พุ่ง

SET แกว่งลง กังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง-บอนด์ยีลด์พุ่ง