ขาย 10 นาที ได้ 1 ล้าน BOW’S CHIPS แบรนด์ขนมน้องใหม่ของ “โบว์ กัญญารัตน์”
“Bow’s chips” แบรนด์ขนมรสหม่าล่าของ “โบว์ กัญญารัตน์” ยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง สร้างปรากฏการณ์ขายครั้งแรกผ่าน TikTok ทำยอดพุ่งทะลุ 1 ล้านบาท ในเวลา 10 นาที
กลายเป็นกระแสไวรัล เมื่อ “Bow Kanyarat” หรือ โบว์ กัญญารัตน์ ยูทูเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ก้าวสู่บทบาทผู้ประกอบการเปิดตัวธุรกิจขนมขบเคี้ยวแบรนด์ “BOW’S CHIPS (โบว์ชิพ)” เป็นอัลมอนด์ชีส โดยเลือกชูจุดขายด้วย “รสหม่าล่า” ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่ขายครั้งแรกก็ทำรายได้ถึง 1 ล้านบาทใน 10 นาที
โดยสินค้า BOW’S CHIPS ถูกวางตำแหน่งเป็นขนมทางเลือกเพื่อสุขภาพ ด้วยจุดเด่นโปรตีน 12 กรัม ใช้วิธีอบแทนการทอด และไม่มีผงชูรสหรือวัตถุกันเสีย จำหน่ายในราคา 39 บาท เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความอร่อยควบคู่สุขภาพ
ก่อนวันเปิดขายจริง เธอได้วางกลยุทธ์การตลาดผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นการชวนร่วมโหวตดีไซน์หน้าซอง และการเผยเบื้องหลังการถ่ายทำสินค้าใหม่ สร้างความคาดหวังและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
จนกระทั่งเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ผ่าน TikTok ช่อง Bowkanyarat ที่มีผู้ติดตามกว่า 4.5 ล้านคน มีผู้ชมไลฟ์หลักหมื่น ส่งผลให้ยอดขายพุ่งแตะ 1 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 10 นาที โดยเตรียมเปิดขายรอบที่ 2 ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้
อย่างไรก็ตาม การเปิดขายครั้งแรกไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด เพราะยังพบปัญหาด้านระบบหลังบ้าน ทำให้เกิดการสั่งซื้อเกินจำนวนสต็อกสินค้าที่มี ส่งผลให้ทีมงานต้องยกเลิกคำสั่งซื้อบางส่วน ซึ่งเธอได้ออกมาชี้แจง และเร่งแก้ไขสถานการณ์
ทั้งนี้การยกเลิกสินค้าบางส่วน ยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มว่าส่งผลให้ยอดขายจริงลดลงมากน้อยเพียงใด แต่นับเป็นบทเรียนแรกของคนทำธุรกิจ ที่ได้รับผลตอบรับดีเกินความคาดหวังตั้งแต่ครั้งแรก
ถอดสูตรความปัง ดันยอด 1 ล้านใน 10 นาที
ปัจจัยหลักที่ทำให้แบรนด์ได้รับผลตอบรับอย่างดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อแรกคือการใช้ Personal Branding และตัวตนของเจ้าของแบรนด์ ซึ่งมีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว ในฐานะอินฟลูฯ ทั้งการใช้ภาพตนเองบนหน้าซองสินค้า สื่อสารด้วยตนเอง บวกกับตัวตนของเจ้าของธุรกิจ และวิธีการสื่อสาร แบบเป็นกันเองกับผู้ชม รวมถึงตัวสินค้าแปลกใหม่ และกระแสหม่าล่ากำลังได้รับความนิยม
ซึ่งสะท้อนว่า Personal Branding มีความสำคัญ สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจเมื่อลูกค้ารู้จักและเชื่อมั่นในตัวเจ้าของ พวกเขาจะมีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์หรือบริการมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่มีชื่อเสียงระดับแบรนด์ใหญ่ Personal Brand ที่ดีช่วยขยายเครือข่ายและสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ไม่คาดคิด ผ่านการแนะนำปากต่อปาก การเชิญร่วมงาน หรือความร่วมมือต่างๆ
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงพลังของ Personal Branding แบบชัด ๆ และการเลือกเจาะกลุ่มตลาดขนมขบเคี้ยวได้อย่างถูกจังหวะ โดยข้อมูลจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดขนมขบเคี้ยวทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้น
สอดคล้องข้อมูลจาก Fortunebusinessinsights ที่ระบุว่าในปี 2569 มีการคาดการณ์มูลค่าการเติบโตกว่า 22.98 ล้านล้านบาท ส่วนในประเทศไทย ข้อมูลจาก K research ก็ระบุว่ามีแนวโน้มเติบโตเช่นเดียวกัน โดยในปี 2568 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยที่ร้อยละ 1–3 ต่อปีสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวมีการแข่งขันสูงจากการมีตัวเลือกที่หลากหลายในท้องตลาด
อย่างไรก็ตาม ในไทยมีผู้เล่นในตลาดขนมขบเคี้ยวราว ๆ 300 ราย และ เมื่ออุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวเติบโตต่อเนื่องและมีการแข่งขันสูง จึงนับเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการต้องมองหาแหล่งวัตถุดิบและแนวทางการพัฒนาสินค้าที่สร้างความแตกต่างได้มากขึ้น
แหล่งข้อมูล-ภาพประกอบ : โซเชียลมีเดีย Bowkanyarat , https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_325047


