
กพอ.เร่ง EECiti-EECa ดันลงทุนกว่า 7.2 หมื่นล้านบาท เปิด PPP ปี 2570
กพอ.เดินหน้าพัฒนา EECiti และเมืองการบินอู่ตะเภา อนุมัติโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 72,042 ล้านบาท พร้อมมาตรการจูงใจลงทุนและดึงต่างชาติสู่พื้นที่ EEC
KEY
POINTS
- กพอ. เห็นชอบให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคส่วนกลางใน EECiti มูลค่ากว่า 72,042 ล้านบาท ดำเนินการในรูปแบบความร่วมมือรัฐ-เอกชน (PPP) โดยคาดว่าจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนได้ในช่วงต้นปี 2570
- สำหรับโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) ได้อนุมัติมาตรการสนับสนุนเร่งด่วนเพิ่มเติม เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี วีซ่าพิเศษ (EECa Visa) และการจัดตั้งเขตการค้าเสรี เพื่อดึงดูดการลงทุนและเร่งรัดโครงการ
- นอกจากนี้ยังมีการผลักดันโครงการสำคัญอื่นใน EECiti เช่น การศึกษาการลงทุนรูปแบบ PPP สำหรับศูนย์กีฬานานาชาติและสันทนาการระดับโลก (สปอร์ต คอมเพล็กซ์) เพื่อสร้างให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่
คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสำคัญในพื้นที่ EEC ทั้งโครงการศูนย์ธุรกิจและเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) เพื่อเร่งดึงดูดการลงทุนและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ EECiti ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่พร้อมพัฒนาประมาณ 6,168 ไร่ ภายหลังการจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ที่ดิน พร้อมทั้งมีการจัดตั้งพื้นที่ระยะแรกเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ และอยู่ระหว่างการจัดทำผังพัฒนาเมือง รวมถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบแผนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศ รองรับการจัดตั้งศูนย์กีฬานานาชาติมาตรฐานสากลและศูนย์สันทนาการระดับโลก หรือ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ โดยมอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ศึกษารายละเอียดโครงการและจัดทำรายงานวิเคราะห์การลงทุนในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อนำเสนอ กพอ. พิจารณาในลำดับต่อไป
กพอ.ยังเห็นชอบให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางภายใน EECiti ดำเนินการตามกระบวนการ PPP EEC Track เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในระบบสาธารณูปโภครวม 10 ระบบ มูลค่าประมาณ 72,042 ล้านบาท ครอบคลุมระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ การจัดการขยะ ตลอดจนพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง โดย สกพอ. เตรียมจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นและสำรวจความสนใจจากภาคเอกชนก่อนเสนอขออนุมัติโครงการอีกครั้ง คาดว่าจะเปิดเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุนในช่วงต้นปี 2570 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้ในปี 2571
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับขอบเขตพื้นที่โครงการ EECiti เพื่อให้เหมาะสมต่อการบริหารจัดการและการพัฒนาในอนาคต โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนมติการใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จากเดิมประมาณ 14,619 ไร่ เหลือประมาณ 14,586 ไร่
ในส่วนของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) กพอ. ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนเร่งด่วนเพิ่มเติมเพื่อผลักดันให้โครงการสามารถเริ่มดำเนินการได้เร็วขึ้น อาทิ การอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาพำนักเพื่อทำงานหรือประกอบธุรกิจในพื้นที่ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับสายการบินต่างประเทศที่ใช้บริการสนามบินอู่ตะเภา การลดค่าธรรมเนียมการเช่าและการโอนอสังหาริมทรัพย์ การจัดทำ EECa Visa สำหรับผู้พักอาศัยในโครงการ รวมถึงการยกเว้นภาษีอากรสำหรับการอุปโภคบริโภคและการประกอบกิจการภายในพื้นที่ที่จะกำหนดเป็นเขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone)
ทั้งนี้ กพอ. ได้มอบหมายให้ สกพอ. เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติมาตรการสนับสนุนดังกล่าว รวมถึงมาตรการที่เคยได้รับความเห็นชอบในหลักการเมื่อปี 2568 พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการออกกฎหมายรองรับ เพื่อให้มาตรการทั้งหมดมีผลบังคับใช้โดยเร็วและช่วยขับเคลื่อนการลงทุนในพื้นที่ EEC ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EEC Capital City: EECiti)
เป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่พัฒนาโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) บนพื้นที่ประมาณ 14,600 ไร่ ในตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ใกล้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจ การเงิน การบริการ การแพทย์ และการอยู่อาศัยแห่งใหม่ของภูมิภาค ควบคู่กับการเป็นเมืองอัจฉริยะที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Smart–Green–Livable–Inclusive” หรือเมืองอัจฉริยะ สีเขียว น่าอยู่ และเติบโตไปด้วยกันทุกภาคส่วน
สกพอ.ตั้งเป้าผลักดัน EECiti ให้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 10 เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ของโลกภายในปี 2580 โดยวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานหลักของ EEC ทั้งสนามบินอู่ตะเภา รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ท่าเรือ และเครือข่ายโลจิสติกส์สมัยใหม่ ภายในเมืองจะมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะครบวงจร อาทิ พลังงานสะอาด ระบบบริหารจัดการน้ำ การจัดการขยะ การคมนาคมอัจฉริยะ และพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมและบริการมูลค่าสูง รวมถึงการอยู่อาศัยของบุคลากรทักษะสูงจากทั่วโลกในอนาคต







