posttoday
เทรนด์ Metabolic Beauty มาแน่ สวยสุขภาพดีจากข้างในสู่ข้างนอก

เทรนด์ Metabolic Beauty มาแน่ สวยสุขภาพดีจากข้างในสู่ข้างนอก

23 ตุลาคม 2568

จับตาเทรนด์ Metabolic Beauty คาดมาแรงในปีหน้า เน้นดูแลตัวเองลงลึกถึงระดับเซลล์ ดูแลสัดส่วนร่างกาย โอกาสธุรกิจ Wellness

ทุกปีกระแสการดูแลตัวเอง มักจะหมุนเวียนกลับมาในรูปแบบใหม่เสมอ บางปีเราพูดถึง Clean Beauty ที่ปลอดสารเคมี บางปี Minimal Skincare กลายเป็นเทรนด์แรงที่ใคร ๆ ก็ทำตาม และในบางช่วง Wellness Lifestyle ก็เข้ามาครองพื้นที่ใจของผู้คนที่เชื่อว่าสุขภาพดีคือความงามที่แท้จริง

 

กระแสเหล่านี้ไม่ได้มาแค่สร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาดูแลตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ใหญ่ ไปจนถึงธุรกิจสปาและบริการความงาม ที่ต่างต้อง “ปรับตัว” ให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และในปีหน้าที่กำลังจะมาถึง “Metabolic Beauty” ความงามที่เริ่มต้นจาก “ระบบเผาผลาญของร่างกาย” และลงลึกถึงระดับเซลล์ เสียงของเทรนด์ใหม่เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง…

 

สุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย กรรมการคณะอนุกรรมการธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ เปิดเผยในงาน T-Beauty ความงามไทยพร้อมสู้ศึกตลาดโลกหรือยัง? ว่า ตลาดความงามของไทย (T-Beauty) มีมูลค่าสูงและแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2024 มูลค่าตลาด T-Beauty กลับขยายตัวเฉลี่ยปีละ 9-10% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ว่าจะโตไม่ถึง 3% มูลค่าตลาดความงามไทยรวมอยู่ที่ 5.76 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2023 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตไปถึง 7.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2027

 

ทั้งนี้ T-Beauty ไม่ใช่แค่เครื่องสำอาง แต่เป็น Soft Power ของไทยที่สามารถเข้าถึงง่ายและส่งเสริมธุรกิจของประเทศได้อย่างมาก หากผนวกเข้ากับวัฒนธรรมและความเป็นไทยที่สวยงาม จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางผู้ผลิตแบบ OEM/ODM ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีโรงงานคุณภาพมากกว่า 760 แห่ง ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของระบบนิเวศอุตสาหกรรม

 

จับตาเทรนด์ Metabolic Beauty

สุนัย กล่าวต่อว่า ความงามยุคใหม่ผสานเข้ากับสุขภาพ (Wellness) อย่างแยกไม่ออก ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงแค่ความสวยจากภายนอก แต่ต้องการความสวยที่มาจากภายในและสุขภาพที่ดีในระยะยาว (Longevity)

 

Personalization และ Biohacking กระแสหลักคือการแสวงหาสิ่งที่เฉพาะตัว (Personalization) มากที่สุด โดยมีเทรนด์ที่น่าจับตาคือ Biohacking (ไอแฮ็กกิ้ง) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่จะมีการพูดถึงมากขึ้นในอนาคต หรือแม้แต่ Metabolic Beauty เป็นเทรนด์ที่คาดว่าจะมาแรงในปีหน้า ซึ่งเป็นแนวทางความงามที่เชื่อมโยงกับระบบ Metabolism หรือกระบวนการเผาผลาญของร่างกายเน้นการดูแลสัดส่วน และรูปร่างในระดับเซลล์ โดยการอินทิเกรตเทคโนโลยีและไบโอมาร์คเกอร์ (Biomarker) เช่น การวิเคราะห์เส้นผมหรือผิวหนัง เพื่อวัดคุณภาพและปรับปรุงทรีตเมนต์ให้เป็นเฉพาะบุคคล

 

อารมณ์และความรู้สึก (Sensorial Synergy)

สุนัยกล่าวอีกว่า 67% ของคนไทยเชื่อว่าอารมณ์ความรู้สึกมีผลต่อความสวย การดูแลความงามในยุคนี้จึงต้องดูแลไปถึงความรู้สึก (Feeling) และความพึงพอใจของผู้ใช้ (Feel Good) ซึ่งถูกจัดเป็นเหตุผลอันดับที่ 3 ที่ผู้บริโภคใช้ K-Beauty

 

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และปัจจัยการตัดสินใจ

 

การใช้จ่ายหลัก ผู้บริโภค 93% ใช้จ่ายหลักไปกับผลิตภัณฑ์ เช่น Skin Care, Body Care, Hair Care รองลงมาคือ Supplements (วิตามิน, คอลลาเจน) และอันดับสามคือ Treatment หรือ Service

 

ความรู้คู่คุณภาพ ผู้บริโภคยุคนี้มีความรู้และศึกษาข้อมูลมากขึ้น โดย 86% ยังคงลังเลและไม่เชื่อว่าของแพงต้องเป็นของดีเสมอไป พวกเขาสามารถหาข้อมูลส่วนผสม (Ingredient) ที่ใช้ได้ว่าตัวไหน "เวิร์ค" หรือ "ไม่เวิร์ค"

 

ปัจจัยในการซื้อ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการซื้อคือ คุณภาพ ราคา และส่วนผสม (Ingredient) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจและนำเสนอนวัตกรรม

 

ในส่วนความต้องการตามช่วงวัย Gen Z สนใจเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และ Clean Label มากที่สุด รวมถึงสุขภาพสมองและสายตา (Brain and Eye health) ขณะที่ Gen X สนใจการชะลอวัย (Anti-aging) เป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

ผ่ายุทธศาสตร์ TFM เส้นทางสู่เป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 73

ผ่ายุทธศาสตร์ TFM เส้นทางสู่เป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 73