
โนโว นอร์ดิสค์ มองโอกาส "Medical Investment Hub" แนะรัฐเพิ่มวงหารือดึงวิจัยยาโลก
ผู้บริหารโนโว นอร์ดิสค์ เปิดมุมมองนโยบาย Medical Investment Hub ชี้ไทยมีศักยภาพดึงการลงทุนวิจัยทางคลินิกจากบริษัทยาระดับโลก ด้วยจุดแข็งด้านความมุ่งมั่นของภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน แนะเพิ่มการหารือระหว่างหน่วยงาน
KEY
POINTS
- โนโว นอร์ดิสก์ สนับสนุนนโยบาย "Medical Investment Hub" ของไทย และเสนอให้ภาครัฐเพิ่มการหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัยทางคลินิกระดับโลก
- บริษัทมองว่าจุดแข็งของไทยคือความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาระบบสาธารณสุข ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน
- โนโว นอร์ดิสก์ ได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในไทยกว่า 327 ล้านบาท (ปี 2566-2568) และล่าสุดได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อส่งเสริมการวิจัยทางคลินิกด้านโรคเบาหวานและโรคอ้วน
ท่ามกลางการผลักดันนโยบาย Medical Investment Hub ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านการแพทย์ รวมถึงการขยายความร่วมมือกับบริษัทยาระดับโลกด้านการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trials) ที่ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อ GDP ราว 0.5% หรือดึงเงินลงทุนด้านการแพทย์กว่า 68,000 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงจำนวนเงินลงทุนที่จะเข้าสู่ประเทศ โดยเฉพาะด้านการวิจัยทางคลินิก แต่ยังรวมถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการวิจัย และประโยชน์ที่ระบบสุขภาพไทยจะได้รับในระยะยาว
นายจีฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทยาระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนายารักษาโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงมุมมองต่อนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการขยายความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกกับบริษัทยาต่างชาติว่า บริษัทมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับทราบทิศทางดังกล่าว เนื่องจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบสุขภาพโดยรวม
เขามองว่าการส่งเสริมการวิจัยทางคลินิกจะสร้างประโยชน์สำคัญอย่างน้อยสองด้าน ได้แก่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติ และการเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันแก้ไขปัญหาสุขภาพที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
“ผมคิดว่าสิ่งนี้จะช่วยนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้าสู่ประเทศไทย และนำองค์ความรู้จากประเทศไทยออกไปสู่โลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก”
ผู้บริหาร โนโว นอร์ดิสค์ อธิบายว่า การพัฒนาความร่วมมือด้านการแพทย์ไม่ควรมองอุตสาหกรรมยาหรือระบบสุขภาพในขอบเขตที่แคบ เพราะเมื่อภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มทำงานร่วมกัน จะสามารถขยายไปสู่การแก้ไขปัญหาสุขภาพในระดับที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังประชาชนจำนวนมาก
“ผมคิดว่าการศึกษาวิจัยทางคลินิกเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจว่าสังคมต้องการอะไร รัฐบาลจะสามารถให้บริการได้ดีขึ้นอย่างไร และป้องกันปัญหาก่อนที่จะลุกลามใหญ่โตขึ้นได้อย่างไร”
ไทยติด 1 ใน 3 ประเทศที่ โนโว นอร์ดิสค์ (Novo Nordisk) เลือกเป็นฐานดำเนินงานในภูมิภาค
จุดแข็งของประเทศไทยในการดึงดูดการวิจัยทางคลินิกจากบริษัทยาระดับโลก รวมถึงสิ่งที่ควรปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางความพยายามของกระทรวงสาธารณสุขที่จะขยายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมยา ผู้บริหารโนโวนอร์ดิสค์ ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศในภูมิภาคที่บริษัทเลือกเป็นฐานดำเนินงาน
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจ เขาให้ความสำคัญกับความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาระบบสาธารณสุข ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางคลินิก แต่ยังครอบคลุมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากร
“จุดแข็งคือความมุ่งมั่นของรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะการศึกษาทางคลินิกเท่านั้น แต่รวมถึงการสาธารณสุข การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษาของบุคลากร สิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่ง และไม่ใช่สิ่งที่จะพบได้ง่าย”
สำหรับคำถามว่าประเทศไทยยังมีจุดอ่อนหรือข้อจำกัดใดที่ต้องพัฒนา เพื่อเพิ่มโอกาสดึงดูดการลงทุนวิจัยทางคลินิกจากบริษัทยาต่างชาติ ผู้บริหาร Novo Nordisk ไม่ได้ระบุอุปสรรคอย่างชัดเจน เขากล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นเพิ่มเติมอาจเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้นเท่านั้น
“สิ่งที่เราอยากเห็นเพิ่มเติมอาจเป็นการพูดคุยกันมากขึ้น แต่ผมไม่ได้มองเห็นจุดที่จำเป็นต้องปรับปรุงอย่างชัดเจน เพราะพวกเขากำลังทำอย่างดีที่สุดแล้ว”
เปิดตัวเลข Novo Nordisk ลงทุนวิจัยในไทย 327 ล้านบาท - ล่าสุดจับมือรามาธิบดี
สำหรับการดำเนินงานของ โนโว นอร์ดิสค์ ในประเทศไทย บริษัทมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานทางการแพทย์และสถาบันวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ระหว่างปี 2566–2568 Novo Nordisk ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทยรวม 327 ล้านบาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 345 ล้านบาท และสนับสนุนการจ้างงานเกือบ 470 ตำแหน่ง โดยบริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้ว 43 ปี
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและวิจัยทางคลินิกสำหรับโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ (NCDs) ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยชาวไทยเข้าร่วมการวิจัยทางคลินิก เปิดทางให้นักวิจัยไทยได้มีส่วนร่วมกับการศึกษานวัตกรรมยาใหม่ ๆ รวมถึงสนับสนุนการฝึกอบรม การทำวิจัยร่วม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการแพทย์
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ความร่วมมือกับบริษัทผู้พัฒนายานวัตกรรมจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการวิจัยสามารถเข้าถึงการรักษาใหม่ ๆ ซึ่งในบางกรณีอาจเป็นยาที่มีราคาสูงหรือยังเข้าถึงได้ยาก
“การที่เราได้มีความร่วมมือกัน ก็ทำให้คนไข้ของเราสามารถที่จะเข้าถึงยาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ โดยที่เป็นคนไข้ที่อยู่ในโครงการที่ทำวิจัยร่วมกัน ซึ่งก็จะทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น”
นอกจากนี้ ความร่วมมือยังเปิดโอกาสให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ไทยได้เข้าถึงกระบวนการวิจัยและองค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาแนวทางรักษาโรคในอนาคต
เมื่อถามถึงศักยภาพการวิจัยทางคลินิกของไทยในภาพรวม ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ ระบุเพิ่มเติมว่า รามาธิบดีกำลังขยายความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมการแพทย์ และพร้อมสนับสนุนให้โรงพยาบาลศูนย์ในต่างจังหวัดเข้ามามีบทบาทเป็นแหล่งวิจัยทางคลินิกเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การดึงดูดโครงการวิจัยทางคลินิกจากต่างประเทศจำเป็นต้องมีทั้งบุคลากรที่เชี่ยวชาญ สถานที่วิจัยที่ได้มาตรฐาน ระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ และผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการศึกษา โดยประเทศไทยมีศักยภาพด้านบุคลากรและจำนวนผู้ป่วยอยู่แล้ว แต่การพัฒนาระบบสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับโครงการวิจัยในอนาคต
ผู้บริหารโนโวนอร์ดิสค์ระบุในงานลงนามว่า ความร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดีไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสิ้นสุดอย่างชัดเจน เนื่องจากบริษัทมองว่าเป็นการสร้างความร่วมมือระยะยาว และมีความตั้งใจที่จะขยายงานวิจัยในประเทศไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยวงเงินลงทุนเฉพาะของข้อตกลงฉบับดังกล่าว
....
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกของโนโว นอร์ดิสค์ในประเทศไทยที่ผ่านมา เป็นการดำเนินงานโดยตรงระหว่างบริษัทกับสถาบันการแพทย์และหน่วยงานวิจัย ขณะที่บริษัทได้แสดงความสนใจต่อนโยบาย Medical Investment Hub ของกระทรวงสาธารณสุข โดยขณะนี้มีการเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการหารือถึงแนวทางความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.







