posttoday
เฝ้าระวัง ‘สารพิษปนน้ำท่วม’ ปราจีนบุรี เสี่ยงสารก่อมะเร็ง-ทำลายระบบประสาท

เฝ้าระวัง ‘สารพิษปนน้ำท่วม’ ปราจีนบุรี เสี่ยงสารก่อมะเร็ง-ทำลายระบบประสาท

05 ตุลาคม 2569

กรมอนามัย เฝ้าระวังน้ำท่วมพื้นที่ ต.หัวหว้า จ.ปราจีนบุรี หลังพบกลิ่นเหม็นและคราบสีรุ้งบนผิวน้ำ คาดมวลน้ำชะล้างพื้นที่เกี่ยวข้องกับกากอุตสาหกรรม

นพ.ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของสถานประกอบการคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หลังพบว่าน้ำท่วมขังในพื้นที่มีกลิ่นเหม็นและมีคราบสีรุ้งลอยบนผิวน้ำ

 

กรมอนามัยคาดว่า มวลน้ำดังกล่าวอาจชะล้างผ่านพื้นที่โรงงานรีไซเคิล คัดแยก หรือฝังกลบกากอุตสาหกรรม ทำให้ต้องเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารเคมีอันตราย ซึ่งอาจแพร่เข้าสู่แหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ดิน และอากาศ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนได้ทั้งแบบเฉียบพลันและระยะยาว

 

4 กลุ่มสารอันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง

กรมอนามัยระบุสารอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

1. น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วและสารทำละลาย
อาจเป็นสาเหตุของคราบสีรุ้งและกลิ่นฉุน โดยอาจมีสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซินและโทลูอีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ขณะที่สารบางชนิดในกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการก่อมะเร็ง

2. โลหะหนัก
เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท และโครเมียม ซึ่งอาจมาจากกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากหลุดออกสู่สิ่งแวดล้อมสามารถสะสมในดิน แหล่งน้ำ และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้

3. กรด-ด่างและสารเคมีกัดกร่อน
อาจทำอันตรายต่อผิวหนัง รวมถึงกระทบระบบนิเวศทางน้ำและพืชผลทางการเกษตร

4. สารอินทรีย์ระเหยง่ายและสารพิษตกค้าง
อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงตับและไต โดยเฉพาะเมื่อได้รับสัมผัสในระดับสูงหรือต่อเนื่อง

 

เตือนงดลุยน้ำ-ห้ามใช้น้ำธรรมชาติจนกว่าจะยืนยันว่าปลอดภัย

นพ.ธิติ กล่าวว่า กรมอนามัยได้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมเสนอให้จัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เชิงรุก เพื่อคัดกรองและรักษาผู้ที่มีอาการเฉียบพลัน โดยเฉพาะอาการผิวหนังอักเสบจากสารเคมีและการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ

 

กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

 

สำหรับประชาชนในพื้นที่ กรมอนามัยแนะนำให้งดสัมผัสน้ำท่วมขังโดยตรง หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทยางหนา และเมื่อขึ้นจากน้ำให้รีบฟอกสบู่และล้างร่างกายทันที

 

นอกจากนี้ ไม่ควรนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำบาดาล หรือน้ำท่วมขัง มาใช้อาบ ซักล้าง หรือทำการเกษตร จนกว่าจะมีผลตรวจจากห้องปฏิบัติการยืนยันว่าปลอดภัย

 

หากได้กลิ่นสารเคมีฉุน กรมอนามัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่และไปอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท พร้อมเฝ้าระวังอาการผิดปกติ เช่น ผื่นคันแดง ผิวหนังพอง แสบตา เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหายใจลำบาก หากมีอาการควรรีบพบแพทย์ทันที

 

กรมอนามัยระบุว่า การจัดการปัญหาจำเป็นต้องประสานหลายหน่วยงาน ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมในการกำกับดูแลโรงงานและบังคับใช้กฎหมาย กรมควบคุมมลพิษในการตรวจสอบระดับการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และหน่วยงานสาธารณสุขในการเฝ้าระวังสารพิษในน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค

 

ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ควรจัดเตรียมน้ำดื่มและน้ำใช้ที่สะอาดให้ประชาชน จนกว่าจะสามารถยืนยันความปลอดภัยของแหล่งน้ำในพื้นที่ได้

ข่าวล่าสุด

AWC เปิดตัวกองทรัสต์ AWR ชูอสังหาฯ Freehold ต่อยอดเติบโต

AWC เปิดตัวกองทรัสต์ AWR ชูอสังหาฯ Freehold ต่อยอดเติบโต