
ลุ้นเฟดคงดอกเบี้ย ต.ค.นี้ หลัง NFP สหรัฐฯ ต่ำคาด หนุน SET แกว่งไซด์เวย์อัพ
InnovestX คาด SET แกว่งไซด์เวย์อัพ ลุ้นเฟดคงดอกเบี้ย เดือน ต.ค.นี้ หลังตัวเลข NFP ต่ำกว่าคาด และราคาน้ำมันลดลง กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GLOBAL และ KCE
KEY
POINTS
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้มีโอกาสสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
- ปัจจัยดังกล่าวเป็นแรงหนุนให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในทิศทางปรับขึ้น หรือที่เรียกว่าไซด์เวย์อัพ (Sideways-up)
- อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของดัชนียังถูกจำกัดจากปัจจัยลบในประเทศ เช่น การขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติและความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-up หนุนจากความเป็นไปได้ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หลังตัวเลข NFP ต่ำกว่าคาด รวมทั้งราคาน้ำมันลดลงหลังกลุ่ม G7 จะระบายน้ำมันดีเซลสำรองออกมา
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศยังกดดัน ทั้งจากนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 9 วันติดต่อกัน รวมทั้งความกังวลน้ำท่วมระลอกใหม่ ทำให้คาดยังเห็นการเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่มีปัจจัยบวก เฉพาะตัว ประเด็นวันนี้ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย ก.ย. ทางเทคนิค ดัชนีรีบาวด์แต่มีแรงขายสลับมาบ้าง ทำให้การฟื้นตัวยังไม่ชัดเจนนัก
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-13 ต.ค.นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น
3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2569 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GLOBAL ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากปริมาณน้ำฝนที่ลดลงและความพร้อมรับมือสถานการณ์ในระยะต่อไปหนุนการเริ่มต้นการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโต YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวและ SG&A ต่อยอดขายที่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และคาดกำไรปี 2569 จะเติบโต 35% เป้าหมายระยะสั้นที่ 6.80 บาท
KCE ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าสนับสนุนรายได้ส่งออก ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้น 77.75 บาท







