posttoday
ลุ้นเฟดคงดอกเบี้ย ต.ค.นี้ หลัง NFP สหรัฐฯ ต่ำคาด หนุน SET แกว่งไซด์เวย์อัพ

ลุ้นเฟดคงดอกเบี้ย ต.ค.นี้ หลัง NFP สหรัฐฯ ต่ำคาด หนุน SET แกว่งไซด์เวย์อัพ

05 ตุลาคม 2569

InnovestX คาด SET แกว่งไซด์เวย์อัพ ลุ้นเฟดคงดอกเบี้ย เดือน ต.ค.นี้ หลังตัวเลข NFP ต่ำกว่าคาด และราคาน้ำมันลดลง กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GLOBAL และ KCE

KEY

POINTS

  • ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้มีโอกาสสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
  • ปัจจัยดังกล่าวเป็นแรงหนุนให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในทิศทางปรับขึ้น หรือที่เรียกว่าไซด์เวย์อัพ (Sideways-up)
  • อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของดัชนียังถูกจำกัดจากปัจจัยลบในประเทศ เช่น การขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติและความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-up หนุนจากความเป็นไปได้ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หลังตัวเลข NFP ต่ำกว่าคาด รวมทั้งราคาน้ำมันลดลงหลังกลุ่ม G7 จะระบายน้ำมันดีเซลสำรองออกมา 

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศยังกดดัน ทั้งจากนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 9 วันติดต่อกัน รวมทั้งความกังวลน้ำท่วมระลอกใหม่ ทำให้คาดยังเห็นการเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่มีปัจจัยบวก เฉพาะตัว ประเด็นวันนี้ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย ก.ย. ทางเทคนิค ดัชนีรีบาวด์แต่มีแรงขายสลับมาบ้าง ทำให้การฟื้นตัวยังไม่ชัดเจนนัก

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ 

 

นอกจากนี้ ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-13 ต.ค.นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

 

1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)

 

2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น

 

3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2569 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GLOBAL ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากปริมาณน้ำฝนที่ลดลงและความพร้อมรับมือสถานการณ์ในระยะต่อไปหนุนการเริ่มต้นการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569  จะเติบโต YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวและ SG&A ต่อยอดขายที่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และคาดกำไรปี 2569 จะเติบโต 35% เป้าหมายระยะสั้นที่ 6.80 บาท

 

KCE ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าสนับสนุนรายได้ส่งออก ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้น 77.75 บาท

ข่าวล่าสุด

AWC เปิดตัวกองทรัสต์ AWR ชูอสังหาฯ Freehold ต่อยอดเติบโต

AWC เปิดตัวกองทรัสต์ AWR ชูอสังหาฯ Freehold ต่อยอดเติบโต