posttoday
บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวทีคนรุ่นใหม่ ใช้พลังสติเปลี่ยนสังคม

บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวทีคนรุ่นใหม่ ใช้พลังสติเปลี่ยนสังคม

17 สิงหาคม 2569

บี.กริม จับมือ จุฬาฯ และพันธมิตร เปิด “Youth for Change” ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ Mindfulness เชื่อมคนต่างวัย พร้อมพัฒนาไอเดียสร้างสังคมที่เข้าใจกัน

KEY

POINTS

  • บี.กริม ร่วมมือกับคณะจิตวิทยา จุฬาฯ และภาคีเครือข่าย เปิดตัวโครงการประกวด “Youth for Change: The Mindful Future Contest”
  • โครงการนี้เป็นเวทีสำหรับคนรุ่นใหม่ในการนำความรู้ด้านสติ (Mindfulness) มาผสมผสานกับนวัตกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคม
  • โจทย์การแข่งขันในปีนี้คือ “ต่างวัย เข้าใจกัน ด้วยพลังสติ” เพื่อมุ่งใช้สติเป็นเครื่องมือเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนต่างวัย

 บี.กริม ร่วมกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (Thailand Institute for Mental Health Sustainability: TIMS) และ Sati App

 

เปิดตัวโครงการ “Youth for Change: The Mindful Future Contest” เวทีสำหรับคนรุ่นใหม่ในการนำองค์ความรู้ด้านสติ หรือ Mindfulness มาผสานกับกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อพัฒนาแนวคิดที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมและสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับโครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest เกิดจากความร่วมมือของภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่าย

 

เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงานกับโจทย์จริง เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ แลกเปลี่ยนมุมมองจากหลากหลายภาคส่วน และพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสังคมได้จริง

บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวทีคนรุ่นใหม่ ใช้พลังสติเปลี่ยนสังคม

ใช้ Mindfulness เชื่อมความเข้าใจคนต่างวัย

 

ปีนี้โครงการจัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ต่างวัย เข้าใจกัน ด้วยพลังสติ” โดยตั้งคำถามให้คนรุ่นใหม่ร่วมกันค้นหาคำตอบว่า จะนำ Mindfulness มาใช้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัย และสร้างสังคมไทยที่มีความเข้าใจกันมากขึ้นได้อย่างไร

 

ภายในงานมีการเสวนาพิเศษหัวข้อ “Building a Better Society through Mindfulness: สำรวจบทบาทของ Mindfulness ในการพัฒนาคน สังคม และนวัตกรรม”

 

โดยมี นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายอมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Sati App ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

 

ประเด็นสำคัญของการเสวนาครอบคลุมบทบาทของ Mindfulness ต่อการพัฒนาศักยภาพของคน การสร้างสุขภาวะที่ดี

 

รวมถึงการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นนวัตกรรม ขณะเดียวกันยังสะท้อนความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง
 

จุฬาฯ มุ่งสร้าง Change Makers รุ่นใหม่

 

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เวทีดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็น “Change Makers” หรือผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง

 

ซึ่งสามารถนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจในมนุษย์มาร่วมออกแบบอนาคต ทั้งในระดับองค์กร ชุมชน และประเทศ

 

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเชื่อว่า องค์ความรู้จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อสามารถนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม”

 

โครงการนี้จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์จริง ลงมือคิด ลงมือทำ และพัฒนาแนวคิดให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คน

 

อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการไม่ได้มุ่งสร้างเพียงผู้ชนะการแข่งขัน แต่ต้องการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มีสติ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

 

บี.กริม ส่งต่อแนวคิด “ธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี”

 

ด้าน นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

 

บี.กริม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาวะของพนักงานอย่างเป็นระบบ เพราะมองว่าสุขภาวะที่ดีเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในยุคปัจจุบัน

 

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” (Doing Business with Compassion) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมองคนเป็นคน การปฏิบัติต่อกันด้วยหัวใจ และการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์

 

บี.กริม มองว่าความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนผ่านความสุข ความสัมพันธ์ที่ดี และคุณภาพชีวิตของคนในองค์กรและสังคม

 

“ด้วยเหตุนี้ บี.กริม จึงต้องการส่งต่อแนวคิดและทักษะดังกล่าวไปสู่คนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest"

 

"โดยเริ่มต้นจากการเชื่อมต่อกับตนเอง (Connect to Self) เพื่อสร้างพื้นฐานใจที่เข้มแข็ง ก่อนส่งต่อความเข้าใจไปยังผู้อื่น (Connect to Others) และร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Connect to Society)”

 

นายเกรียงไกร เสริมว่า หากสามารถบ่มเพาะเรื่องสติและความโอบอ้อมอารีให้เติบโตในคนรุ่นใหม่ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมรับฟัง ใส่ใจกัน และปฏิบัติต่อกันด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนสังคมในระยะยาว

 

เปิดพื้นที่เปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรมเพื่อสังคม

 

โครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest เปิดรับสมัครนิสิตและนักศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรีจากทุกสถาบันการศึกษา

 

สามารถรวมทีม 3–5 คน และสมาชิกในทีมต้องสังกัดสถาบันการศึกษาเดียวกัน เพื่อพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรมภายใต้โจทย์ “ต่างวัย เข้าใจกัน ด้วยพลังสติ”

 

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Workshop และ Coaching จากผู้เชี่ยวชาญด้าน Mindfulness, Psychology และ Innovation

 

รวมถึงการพัฒนาแนวคิด การสื่อสาร และการนำเสนอผลงาน พร้อมได้รับคำแนะนำจาก Mentor เพื่อพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดเป็นโครงการหรือแนวทางที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้จริง

 

ขั้นตอนสำคัญคือการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะมีโอกาสนำเสนอในงาน Better Mind Better Bangkok 2026

 

สำหรับรางวัลการแข่งขัน มีเงินรางวัลรวม 60,000 บาท แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศ 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 20,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร ขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะได้รับเกียรติบัตร

 

โครงการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม–13 กันยายน 2569 เวลา 23.59 น. ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียด คุณสมบัติ กติกา และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทางสมัครที่ผู้จัดงานระบุไว้
 

ข่าวล่าสุด

ชวนเสพย์งานศิลป์ นิทรรศการภาพถ่ายแสง-เวลา ชมฟรีตลอด ส.ค.

ชวนเสพย์งานศิลป์ นิทรรศการภาพถ่ายแสง-เวลา ชมฟรีตลอด ส.ค.