posttoday
กทม.โดนสแกมเมอร์หนักสุด เสียหาย 63 ล้าน วัย 21-30 ปีตกเป็นเหยื่อมากสุด

กทม.โดนสแกมเมอร์หนักสุด เสียหาย 63 ล้าน วัย 21-30 ปีตกเป็นเหยื่อมากสุด

17 สิงหาคม 2569

ACSC เผยสัปดาห์เดียวคนไทยแจ้งถูกโกงออนไลน์ 6,060 คดี เสียหาย 260 ล้าน กทม.หนักสุด 63.3 ล้าน ขณะที่หลอกลงทุนทำเงินสูญสูงสุด วัย 21-30 ปีตกเป็นเหยื่อมากสุด

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคม 2569 พบผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 6,060 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 260 ล้านบาท โดยกรุงเทพมหานครมีมูลค่าความเสียหายสูงสุด 63.3 ล้านบาท ขณะที่ผู้หญิงและกลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากที่สุด

 

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวันที่ 2-8 สิงหาคม 2569 จำนวนคดีที่รับแจ้งลดลง 364 คดี ส่วนมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 3 ล้านบาท

 

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์ของ ACSC พบว่า คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ มีจำนวนมากที่สุด 4,682 คดี คิดเป็น 77.3% ของคดีทั้งหมด แต่หากพิจารณาจากมูลค่าความเสียหาย พบว่า การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน สร้างความเสียหายสูงสุดเกือบ 80 ล้านบาท หรือประมาณ 30.7% ของมูลค่าความเสียหายรวม

 

ACSC จึงเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุน โดยควรตรวจสอบบริษัทและผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน SEC Check First ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบใบอนุญาต ที่ตั้งสำนักงาน ช่องทางติดต่อ รวมถึงรายชื่อผู้แนะนำการลงทุนและผู้บริหารให้ตรงกับข้อมูลในระบบ

 

นอกจากนี้ ก่อนโอนเงินควรตรวจสอบว่าชื่อบัญชีรับเงินตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาต หากถูกขอให้โอนเงินลงทุนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือมีการเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลรับเงินและโอนผลตอบแทนบ่อยครั้ง ควรหยุดทำรายการและตรวจสอบกับบริษัทผ่านช่องทางหลักทันที

 

ประชาชนยังต้องระวังแอปพลิเคชันปลอม เนื่องจากมิจฉาชีพสามารถเลียนแบบชื่อ โลโก้ และรูปแบบของแอปทางการ รวมถึงนำไปเผยแพร่บน App Store หรือ Google Play ได้ จึงไม่ควรเชื่อเพียงเพราะพบแอปอยู่ในแพลตฟอร์มดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการ

กทม.มูลค่าความเสียหายสูงสุด 63.3 ล้านบาท

สำหรับจังหวัดที่มีการรับแจ้งความมากที่สุดในสัปดาห์ดังกล่าว กรุงเทพมหานครมี 138 คดี มูลค่าความเสียหาย 63.3 ล้านบาท รองลงมา นนทบุรี 36 คดี ความเสียหาย 2.6 แสนบาท และเชียงใหม่ 27 คดี ความเสียหาย 1.1 ล้านบาท

 

เมื่อจำแนกตามเพศและอายุ พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดต่อเนื่องมาหลายเดือน และยังมีจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 ประเภทคดี ได้แก่ หลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น และหลอกเสนอผลประโยชน์อื่น 

 

เฝ้าระวังชายแดน พบโยงเว็บพนัน-ขบวนการสแกมเมอร์

ด้านผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน เจ้าหน้าที่จับกุมชายไทย 1 รายในจังหวัดสระแก้ว หลังลักลอบข้ามแดนไทย-กัมพูชา และพบว่าเดินทางไปทำงานเว็บพนันออนไลน์

 

ตำรวจสอบสวนกลางยังรับตัวคนไทยที่ถูกส่งกลับจาก สปป.ลาว จำนวน 207 คน ซึ่งให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่าเดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ที่ ST Vegas Entertainment International Club ในนครหลวงเวียงจันทน์ ก่อนถูกนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายเกี่ยวกับการจัดหางาน

 

อีกกรณี เจ้าหน้าที่จับกุมคนไทย 1 ราย และชาวจีน 5 ราย บริเวณทางหลวงหมายเลข 1 ในพื้นที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง หลังพบว่าคนไทยรับค่าจ้าง 20,000 บาท พาชาวจีนที่ลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติจาก จ.เชียงราย ไปยัง จ.ตาก

 

ชาวจีนกลุ่มดังกล่าวระบุว่าถูกชักชวนให้มาทำงานสร้างแอปพลิเคชัน แลกค่าตอบแทนเดือนละ 100,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ พร้อมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามข้อกล่าวหา

ช่วยเหยื่อทัน 13 ราย ยับยั้งเงินกว่า 6 แสนบาท

ในรอบสัปดาห์ ACSC ประสานธนาคารและตำรวจในพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย พร้อมระงับการโอนเงินก่อนถึงบัญชีมิจฉาชีพได้ 13 ราย รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท

 

หนึ่งในกรณีสำคัญเกิดขึ้นที่ จ.ตรัง ผู้เสียหายชายอายุ 21 ปี ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS สำนักงานใหญ่ ระบุว่ามีหมายเลขโทรศัพท์ที่เปิดใน จ.ระนอง เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนหลอกให้แอดไลน์ที่อ้างว่าเป็นของ สภ.เมืองระนอง และทำทีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่ให้โอนเงินไปให้ ปปง.ตรวจสอบ

 

ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินรวม 3 ครั้ง สูญเงินกว่า 580,000 บาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือ อธิบายรูปแบบการหลอกลวง พร้อมแนะนำให้อายัดบัญชีผ่านสายด่วน 1441 และเข้าแจ้งความดำเนินคดี

 

ACSC ย้ำว่า ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนลงทุน ไม่หลงเชื่อข้อเสนอผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ หรือการเร่งรัดให้ตัดสินใจโอนเงิน เพราะการตรวจสอบข้อมูลเพียงไม่กี่นาทีอาจช่วยป้องกันความเสียหายจำนวนมากได้

 

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข่าวล่าสุด

ศึก กสถ.-3 สมาคมท้องถิ่น สอบโกงลามเป็นวิกฤตความชอบธรรมทั้งระบบ

ศึก กสถ.-3 สมาคมท้องถิ่น สอบโกงลามเป็นวิกฤตความชอบธรรมทั้งระบบ