
หุ่นยนต์ AI รุก “อัลตราซาวด์หลอดเลือด” เริ่มผู้ป่วยฟอกไต ก่อนบุกตลาดสหรัฐฯ
Vexev บริษัทเทคโนโลยีการแพทย์จากออสเตรเลีย สร้างหุ่นยนต์ AI “อัลตราซาวด์หลอดเลือด” ระดมทุนเพิ่ม 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บุกตลาดสหรัฐฯ
KEY
POINTS
- บริษัท Vexev จากออสเตรเลีย พัฒนาหุ่นยนต์ AI ชื่อ VxWave เพื่อช่วยทำอัลตราซาวด์หลอดเลือดอัตโนมัติ แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
- เทคโนโลยีนี้เริ่มนำร่องใช้กับผู้ป่วยฟอกไต เพื่อช่วยวางแผนการสร้างเส้นเลือดสำหรับการฟอกไตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผลการทดลองในสหรัฐฯ มีอัตราการสแกนสำเร็จ 94%
- บริษัทระดมทุนเพิ่ม 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยีเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และเตรียมบุกตลาดในสหรัฐอเมริกา
MobiHealthNews รายงานเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า Vexev บริษัทเทคโนโลยีการแพทย์จากออสเตรเลีย ระดมทุนเพิ่ม 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 190 ล้านบาท เพื่อผลักดัน VxWave ระบบหุ่นยนต์ช่วยตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือด เข้าสู่กระบวนการขออนุญาตและเตรียมทำตลาดในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Vexev ซึ่งประกาศการระดมทุนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า เงินทุนรอบใหม่ทำให้บริษัทระดมทุนสะสมแล้ว 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินก้อนใหม่จะนำไปใช้ในกระบวนการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA การเพิ่มกำลังการผลิต และเตรียมนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด
ข่าวนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยี แต่เป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีที่นำ หุ่นยนต์และ AI เข้ามาช่วยทำอัลตราซาวด์หลอดเลือด กำลังขยับจากการทดลองในคลินิกไปสู่ขั้นเตรียมเข้าสู่ตลาดจริง
ทำไมต้องมีหุ่นยนต์ช่วยอัลตราซาวด์หลอดเลือด
ข้อมูลจาก Vexev ระบุว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก แต่การเข้าถึงการตรวจหลอดเลือดที่มีคุณภาพยังมีข้อจำกัด เนื่องจากการตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดต้องอาศัยทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะในการเก็บภาพ
การตรวจไม่ได้เพียงนำหัวตรวจวางบนผิวหนังแล้วได้ข้อมูลทันที ผู้ตรวจต้องค้นหาตำแหน่งหลอดเลือด ปรับตำแหน่งและมุมของหัวตรวจ และเก็บภาพให้สามารถมองเห็นลักษณะของหลอดเลือดและการไหลเวียนของเลือดได้
นั่นหมายความว่า หากพื้นที่ใดขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ การขยายบริการตรวจหลอดเลือดก็ทำได้ยาก ขณะที่คุณภาพและความสม่ำเสมอของภาพที่ได้อาจแตกต่างกันตามผู้ตรวจ
Vexev จึงพัฒนา VxWave โดยใช้แขนหุ่นยนต์ร่วมกับ AI ช่วยควบคุมและทำให้กระบวนการสแกนหลอดเลือดเป็นระบบมากขึ้น จากนั้นนำข้อมูลอัลตราซาวด์มาประมวลผลเป็น แบบจำลองหลอดเลือด 3 มิติ พร้อมรายงานรายละเอียดของหลอดเลือดเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญนำไปใช้ประกอบการประเมินต่อ
ทำไมต้องเริ่มจาก “ผู้ป่วยฟอกไต”
Vexev เลือกผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกเลือดเป็นกลุ่มแรก เพราะคนไข้กลุ่มนี้ต้องพึ่งพาหลอดเลือดในการรักษาโดยตรง
การฟอกเลือดจำเป็นต้องมีทางสำหรับนำเลือดออกจากร่างกายเข้าสู่เครื่องฟอกและส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยจำนวนมากจึงได้รับการผ่าตัดเชื่อมหลอดเลือดแดงกับหลอดเลือดดำบริเวณแขน เพื่อสร้างเป็น “เส้นฟอกไต” ที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง
แต่การสร้างเส้นฟอกไตไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง นพ.วาร์ชี บรูมานด์ หัวหน้าผู้วิจัยการศึกษา CANSCAN ระบุว่า เกือบ 3 ใน 4 ของเส้นฟอกไตชนิดเชื่อมหลอดเลือดแดงกับหลอดเลือดดำ อาจไม่พัฒนาไปจนพร้อมใช้งาน หรือถูกยกเลิกก่อนนำใช้งานจริง
เพราะฉะนั้นการรู้ล่วงหน้าว่าหลอดเลือดของผู้ป่วยมีตำแหน่ง ขนาด และลักษณะอย่างไร จึงมีความสำคัญต่อการเลือกตำแหน่งและวางแผนสร้างเส้นฟอกไต
ปัญหาอีกด้านคือ การทำแผนที่หลอดเลือดแบบเดิมมักถูกนัดแยกออกจากการมาฟอกไต ทำให้ผู้ป่วยต้องเดินทางหรือนัดหมายเพิ่ม และอาจไม่มาตามนัด ขณะที่คุณภาพการตรวจอาจแตกต่างกันและมีค่าใช้จ่าย
แนวคิดของ VxWave จึงเป็นการ นำการตรวจหลอดเลือดเข้ามาอยู่ในคลินิกฟอกไตที่ผู้ป่วยมารับบริการอยู่แล้ว และออกแบบให้บุคลากรที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอัลตราซาวด์โดยเฉพาะสามารถใช้ระบบช่วยสแกนได้
หากทำได้จริง ผู้ป่วยอาจไม่จำเป็นต้องถูกส่งออกไปตรวจหลอดเลือดอีกสถานที่หนึ่ง ขณะที่คลินิกสามารถมีข้อมูลหลอดเลือดเพื่อประกอบการวางแผนรักษาได้ง่ายขึ้น
ทดลองในคลินิกฟอกไต สแกนสำเร็จ 94%
Vexev และ U.S. Renal Care ผู้ให้บริการฟอกไตรายใหญ่ของสหรัฐฯ นำ VxWave ไปทดสอบในการศึกษา CANSCAN ในคลินิกฟอกไตหลายแห่งของสหรัฐฯ
การศึกษารับผู้เข้าร่วม 120 คน โดยผลที่บริษัทประกาศในเดือนพฤศจิกายน 2568 รายงานข้อมูลจากการสแกนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 4–5 จำนวน 115 คน
ผลพบว่าระบบสามารถสแกนสำเร็จ 94% และภาพจากการสแกนที่สำเร็จทั้งหมดมีข้อมูลเพียงพอสำหรับใช้ประกอบการวางแผนสร้างเส้นฟอกไต โดยคุณภาพของภาพได้รับการทบทวนโดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นฟอกไตอิสระ
การศึกษายังพบข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างของหลอดเลือดในผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยผู้ป่วยโรคไตระยะ 4–5 ที่เป็นเบาหวานมีการสะสมแคลเซียมในหลอดเลือดแดงบริเวณแขนมากกว่า และหลอดเลือดส่วนปลายบริเวณแขนมีขนาดเล็กกว่า ขณะที่ผู้ป่วยหญิงมีจำนวนหลอดเลือดดำที่สามารถเลือกใช้ได้น้อยกว่าและมีขนาดเล็กกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ป่วยแต่ละคนไม่ได้มีลักษณะหลอดเลือดเหมือนกัน การมีแผนที่หลอดเลือดที่ละเอียดก่อนสร้างเส้นฟอกไตจึงอาจมีความสำคัญมากขึ้นในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านหลอดเลือด
อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวมาจากการศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี และ VxWave ยังเป็นอุปกรณ์เพื่อการศึกษาวิจัย ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก FDA ให้จำหน่ายในสหรัฐฯ หรือได้รับอนุญาตให้จำหน่ายเชิงพาณิชย์ในประเทศอื่น
เงิน 6 ล้านดอลลาร์ พาเทคโนโลยีจาก “ทดลอง” สู่ “ตลาด”
ผลการศึกษา CANSCAN ถูกนำเสนอในการประชุม Kidney Week 2025 ของสมาคมโรคไตแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ก่อนที่ Vexev จะประกาศระดมทุนรอบใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569
เงินทุน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รอบล่าสุดจึงมีความสำคัญ เพราะบริษัทระบุว่าจะนำไปใช้ในขั้นตอนการขออนุญาตจาก FDA การเพิ่มกำลังการผลิต และการเตรียมทำตลาดในสหรัฐฯ
และเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้ป่วยฟอกไต บริษัทระบุว่ามีแผนขยายเทคโนโลยีไปสู่การตรวจโรคหลอดเลือดอื่น ๆ รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย พร้อมกับพัฒนาหลักฐานเพื่อรองรับการใช้ AI ช่วยในการตัดสินใจทางการแพทย์ในอนาคต
ผู้ป่วยฟอกไตทั่วโลกหลายล้านคน
ทั้งนี้ ข้อมูลปี 2566 ประเมินว่า มีผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกไตทั่วโลกประมาณ 3.6–4.1 ล้านคน โดยข้อมูลของ Fresenius Medical Care ประเมินว่า ในจำนวนผู้ป่วยฟอกไตราว 4.1 ล้านคน มีประมาณ 3.63 ล้านคนที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องที่ศูนย์ฟอกไต ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาทางเข้าออกของเลือดเพื่อรับการรักษาเป็นประจำ
จำนวนผู้ป่วยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาระโรคไตเรื้อรังทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะเติบโตราว 5% ต่อปี โดยมีเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ภาวะไตวาย.







