
เตือน ใช้ AI แปลงเพลง เปลี่ยนเสียง-รีมิกซ์ใหม่ อาจละเมิดลิขสิทธิ์
เตือนสายแปลงเพลง !นำเพลงมีลิขสิทธิ์มาใช้ AI เปลี่ยนเสียงร้อง สร้างทำนองใหม่ หรือสร้างเพลงใหม่ โดยใช้ผลงานเพลงเดิมมาเป็นต้นแบบ gผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย อาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ และต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับเจ้าของผลงาน
ทุกวันนี้การใช้ AI สร้างสรรค์เพลงกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียที่มักเห็นทั้งเพลงเวอร์ชันใหม่ การเปลี่ยนเสียงนักร้อง หรือการนำเพลงดังมารีมิกซ์ในสไตล์ที่แตกต่างจากต้นฉบับ จนบางครั้งแยกแทบไม่ออกว่าเพลงนั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด หรือมีการนำผลงานเดิมมาใช้เป็นต้นแบบ
แต่สำหรับคนที่กำลังสนุกกับการใช้ AI แปลงเพลง อาจต้องระวังมากขึ้น เพราะการนำเพลงที่ยังมีลิขสิทธิ์มาใช้เป็นข้อมูลให้ AI เปลี่ยนเสียง รีมิกซ์ หรือสร้างเพลงใหม่ ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปเผยแพร่ได้โดยอัตโนมัติ หากยังคงองค์ประกอบสำคัญของเพลงต้นฉบับ อาจเข้าข่ายการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์
ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกมาเตือนว่า การนำเพลงที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ร่วมกับ AI และเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อาจต้องขออนุญาตเจ้าของสิทธิและชำระค่าลิขสิทธิ์ โดยต้องพิจารณาเป็นรายกรณีว่าเข้าข่ายการละเมิดหรือไม่
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนิยมนำผลงานเพลงอันมีลิขสิทธิ์มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานหรือเนื้อหารูปแบบใหม่ เช่น การเปลี่ยนเสียงศิลปินในเพลงต้นฉบับด้วย AI การรีมิกซ์เพลงด้วย AI การสร้างเพลงใหม่ด้วย AI และเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Youtube TikTok Facebook ซึ่งการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ และจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่เจ้าของผลงาน
โดยรูปแบบการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น การนำเพลงต้นฉบับ ซึ่งยังได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์มาใช้เป็นข้อมูลให้ AI เปลี่ยนเสียงศิลปิน
โดยยังคงองค์ประกอบสำคัญของเพลง เช่น ทำนอง คำร้อง หรือดนตรีไว้ การดำเนินการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการทำซ้ำ และ/หรือการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ เนื่องจากระบบ AI อาจต้องมีการทำสำเนาหรือประมวลผลไฟล์เพลงในระหว่างกระบวนการทำงาน
ดังนั้นหากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่เข้าข้อยกเว้น อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
กรณีนำไปรีมิกซ์เพลงด้วย AI ซึ่งเป็นการนำองค์ประกอบของเพลงต้นฉบับ เช่น เสียงร้อง ดนตรี ทำนอง หรือองค์ประกอบอื่นของเพลง มาเรียบเรียงหรือปรับเปลี่ยนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจังหวะ คีย์ แนวดนตรี หรือโครงสร้างของเพลง จนเกิดเป็นผลงานในรูปแบบใหม่ โดยหากมีการนำสาระสำคัญของผลงานเดิมมาใช้ ก็อาจเข้าลักษณะเป็นการทำซ้ำและ/หรือการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์
ส่วนการสร้างเพลงใหม่ด้วย AI โดยใช้ผลงานเพลงที่ยังได้รับความคุ้มครองเป็นต้นแบบหรือข้อมูลอ้างอิง อาจก่อให้เกิดประเด็นเกี่ยวกับการทำซ้ำหรือการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ ซึ่งหากผลลัพธ์ของเพลงที่ได้ ยังคงมีการนำสาระสำคัญหรือองค์ประกอบอันเป็นลักษณะเฉพาะของผลงานเดิมมาใช้ จนสามารถรับรู้ถึงความเชื่อมโยงกับผลงานต้นฉบับอยู่
“การพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและลักษณะของผลงานที่สร้างขึ้นเป็นรายกรณี แต่กรมขอแนะนำว่าการใช้เทคโนโลยี AI สร้างสรรค์ผลงานเพลง ควรระมัดระวังและเคารพสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์
โดยควรตรวจสอบสถานะของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง แต่การนำผลงานเพลงมาใช้ร่วมกับ AI ไม่ได้หมายความว่าจะต้องชำระค่าลิขสิทธิ์ในทุกกรณี ขึ้นอยู่กับว่าการใช้ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำซ้ำ การดัดแปลง การเผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือสิทธิ์อื่น ๆ หรือไม่ หากเกี่ยวข้องต้องขออนุญาต และอาจต้องชำระค่าตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้”นางอรมนกล่าว
ทั้งนี้ การนำผลงานเพลงมาใช้ โดยไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ต่อเมื่อผลงานเพลงสิ้นสุดอายุการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์แล้ว โดยผลงานดังกล่าวจะตกเป็นสาธารณสมบัติ ซึ่งบุคคลทั่วไปนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม
แต่การใช้ประโยชน์ดังกล่าว ยังต้องคำนึงถึงสิทธิ์อื่นที่อาจยังคงได้รับความคุ้มครองด้วย เช่น สิทธิในสิ่งบันทึกเสียง งานดัดแปลง หรือผลงานอื่นที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่จากผลงานเดิมและอาจยังอยู่ภายในอายุความคุ้มครองได้







