
เกาหลีใต้ตั้งเป้าเยือนดวงจันทร์ปี 2030 ปูทางมหาอำนาจเทคโนโลยี
เกาหลีใต้กางแผนยุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ "Seven Major SEED" ขับเคลื่อน 7 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ปักหมุดส่งยานแตะดวงจันทร์ปี 2030
รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศยุทธศาสตร์ "7 Major SEED" มุ่งพัฒนา 7 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ SMR, ควอนตัม, อวกาศ, เทคโนโลยีชีวภาพ, พลังงานฟิวชัน, พลังงานหมุนเวียน และห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุ เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ตามรายงานจากสำนักข่าว Reuters โครงการดังกล่าวถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี (Blue House) โดยมีประธานาธิบดีอีแจมยอง เป็นประธาน พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายระดับโลก ทั้งการส่งยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ และการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์
"โครงการ 7 Major SEED จะเป็นขุมพลังหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในยุคหน้า และถือเป็นหัวใจสำคัญทางยุทธศาสตร์ของชาติ" — ประธานาธิบดีอีแจมยอง
ทำไมเกาหลีใต้ต้องผลักดันยุทธศาสตร์ 7 Major SEED?
ยุทธศาสตร์ 7 Major SEED ถูกผลักดันออกมาในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เนื่องจากเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างหนัก ได้แก่
- วิกฤตประชากร: จำนวนประชากรวัยทำงานที่กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
- เศรษฐกิจชะลอตัว: ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมเริ่มถึงจุดอิ่มตัว
ประธานาธิบดีอีแจมยอง ระบุว่า เกาหลีใต้จำเป็นต้องใช้จังหวะที่เซมิคอนดักเตอร์กำลังเฟื่องฟูและ AI กำลังขยายตัว เพื่อเป็นแรงส่งในการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างความได้เปรียบในกลุ่ม เทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technologies) ซึ่งมีความสำคัญต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันและความมั่นคงของชาติ
เจาะลึก 7 เทคโนโลยีหลัก (7 Major SEED) มีอะไรบ้าง?
แบกยองฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า โครงการนี้จะครอบคลุมการพัฒนาใน 7 สาขาสำคัญ ได้แก่
- เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMRs): มุ่งเน้นเตาปฏิกรณ์ที่พัฒนาในประเทศ และเตรียมก่อสร้าง SMR ชนิดไม่ใช้น้ำมวลเบา (Non-light-water SMRs)
- พลังงานฟิวชัน (Fusion Energy): บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าในช่วงปลายทศวรรษ 2030
- พลังงานหมุนเวียนยุคใหม่: พัฒนาโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงพิเศษ, พลังงานลมนอกชายฝั่งขั้นสูง, การผลิตไฮโดรเจน และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (AI Smart Grid)
- เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology): ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปควอนตัมอันดับหนึ่งของโลก
- อวกาศและการบิน (Space and Aviation): ภารกิจสำรวจดวงจันทร์, โครงข่ายสื่อสารดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) และศูนย์ข้อมูลอวกาศ (Space Data Centres)
- เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง (Biotechnology): วางโครงสร้างพื้นฐาน AI-Bio, ห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ, การบำบัดด้วยยีนและเซลล์ และเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface)
- ความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน: ขยายขีดความสามารถในการแปรรูปและรีไซเคิลแร่ธาตุสำคัญ พร้อมกระจายแหล่งจัดซื้อ
โรดแมปและกรอบเวลาความสำเร็จ (Timeline)
เพื่อให้เห็นภาพการขับเคลื่อนที่ชัดเจน รัฐบาลเกาหลีใต้ได้วางกรอบเวลา (Timeline) ของเทคโนโลยีแต่ละด้านไว้ดังนี้
|
ปีเป้าหมาย (ค.ศ.) |
เป้าหมายทางเทคโนโลยี (Milestones) |
|
2029 |
สร้างหน่วยประมวลผลควอนตัมขนาด 100-qubit (ระบบ Error-corrected) สำเร็จ |
|
2030 |
ส่งยานอวกาศที่ผลิตในประเทศลงจอดบนดวงจันทร์ (ภารกิจแรก) |
|
2030 |
วางโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI-Bio ครบวงจร |
|
2030 |
อัดฉีดเม็ดเงิน 10 ล้านล้านวอน (7.1 พันล้านดอลลาร์) ในเทคโนโลยีวัสดุและชิ้นส่วน |
|
2032 |
ส่งยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ (ภารกิจที่สอง) |
|
2035 |
ใช้งานเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ SMR เชิงพาณิชย์ |
|
2035 |
ใช้งานเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface) เชิงพาณิชย์ |
|
2035 |
สร้างโครงข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ของตนเองสำเร็จ |
เพื่อป้องกันความล่าช้าในการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปิดเผยว่าจะมีการจัดตั้ง คณะทำงานพิเศษ ร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ให้เทคโนโลยีสามารถออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ ในมิติของห่วงโซ่อุปทาน รัฐบาลเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลถึง 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านวัสดุ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์







