posttoday
เกาหลีใต้ตั้งเป้าเยือนดวงจันทร์ปี 2030 ปูทางมหาอำนาจเทคโนโลยี

เกาหลีใต้ตั้งเป้าเยือนดวงจันทร์ปี 2030 ปูทางมหาอำนาจเทคโนโลยี

13 สิงหาคม 2569

เกาหลีใต้กางแผนยุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ "Seven Major SEED" ขับเคลื่อน 7 เทคโนโลยีแห่งอนาคต  ปักหมุดส่งยานแตะดวงจันทร์ปี 2030

 

รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศยุทธศาสตร์ "7 Major SEED" มุ่งพัฒนา 7 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ SMR, ควอนตัม, อวกาศ, เทคโนโลยีชีวภาพ, พลังงานฟิวชัน, พลังงานหมุนเวียน และห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุ เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

 

ตามรายงานจากสำนักข่าว Reuters โครงการดังกล่าวถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี (Blue House) โดยมีประธานาธิบดีอีแจมยอง เป็นประธาน พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายระดับโลก ทั้งการส่งยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ และการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์

 

"โครงการ 7 Major SEED จะเป็นขุมพลังหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในยุคหน้า และถือเป็นหัวใจสำคัญทางยุทธศาสตร์ของชาติ" — ประธานาธิบดีอีแจมยอง

 

 

ประธานาธิบดีอีแจมยอง

ทำไมเกาหลีใต้ต้องผลักดันยุทธศาสตร์ 7 Major SEED?

 

ยุทธศาสตร์ 7 Major SEED ถูกผลักดันออกมาในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เนื่องจากเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างหนัก ได้แก่

 

  • วิกฤตประชากร: จำนวนประชากรวัยทำงานที่กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว

 

  • เศรษฐกิจชะลอตัว: ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมเริ่มถึงจุดอิ่มตัว

 

ประธานาธิบดีอีแจมยอง ระบุว่า เกาหลีใต้จำเป็นต้องใช้จังหวะที่เซมิคอนดักเตอร์กำลังเฟื่องฟูและ AI กำลังขยายตัว เพื่อเป็นแรงส่งในการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

 

รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างความได้เปรียบในกลุ่ม เทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technologies) ซึ่งมีความสำคัญต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันและความมั่นคงของชาติ

 

เกาหลีใต้ตั้งเป้าเยือนดวงจันทร์ปี 2030 ปูทางมหาอำนาจเทคโนโลยี

เจาะลึก 7 เทคโนโลยีหลัก (7 Major SEED) มีอะไรบ้าง?

 

แบกยองฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า โครงการนี้จะครอบคลุมการพัฒนาใน 7 สาขาสำคัญ ได้แก่

 

  1. เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMRs): มุ่งเน้นเตาปฏิกรณ์ที่พัฒนาในประเทศ และเตรียมก่อสร้าง SMR ชนิดไม่ใช้น้ำมวลเบา (Non-light-water SMRs)
  2. พลังงานฟิวชัน (Fusion Energy): บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าในช่วงปลายทศวรรษ 2030
  3. พลังงานหมุนเวียนยุคใหม่: พัฒนาโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงพิเศษ, พลังงานลมนอกชายฝั่งขั้นสูง, การผลิตไฮโดรเจน และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (AI Smart Grid)
  4. เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology): ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปควอนตัมอันดับหนึ่งของโลก
  5. อวกาศและการบิน (Space and Aviation): ภารกิจสำรวจดวงจันทร์, โครงข่ายสื่อสารดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) และศูนย์ข้อมูลอวกาศ (Space Data Centres)
  6. เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง (Biotechnology): วางโครงสร้างพื้นฐาน AI-Bio, ห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ, การบำบัดด้วยยีนและเซลล์ และเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface)
  7. ความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน: ขยายขีดความสามารถในการแปรรูปและรีไซเคิลแร่ธาตุสำคัญ พร้อมกระจายแหล่งจัดซื้อ

 

โรดแมปและกรอบเวลาความสำเร็จ (Timeline)

 

เพื่อให้เห็นภาพการขับเคลื่อนที่ชัดเจน รัฐบาลเกาหลีใต้ได้วางกรอบเวลา (Timeline) ของเทคโนโลยีแต่ละด้านไว้ดังนี้

 

ปีเป้าหมาย (ค.ศ.)

เป้าหมายทางเทคโนโลยี (Milestones)

2029

สร้างหน่วยประมวลผลควอนตัมขนาด 100-qubit (ระบบ Error-corrected) สำเร็จ

2030

ส่งยานอวกาศที่ผลิตในประเทศลงจอดบนดวงจันทร์ (ภารกิจแรก)

2030

วางโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI-Bio ครบวงจร

2030

อัดฉีดเม็ดเงิน 10 ล้านล้านวอน (7.1 พันล้านดอลลาร์) ในเทคโนโลยีวัสดุและชิ้นส่วน

2032

ส่งยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ (ภารกิจที่สอง)

2035

ใช้งานเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ SMR เชิงพาณิชย์

2035

ใช้งานเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface) เชิงพาณิชย์

2035

สร้างโครงข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ของตนเองสำเร็จ


 

เพื่อป้องกันความล่าช้าในการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปิดเผยว่าจะมีการจัดตั้ง คณะทำงานพิเศษ ร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ให้เทคโนโลยีสามารถออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น

 

นอกจากนี้ ในมิติของห่วงโซ่อุปทาน รัฐบาลเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลถึง 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านวัสดุ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์


 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์