posttoday
จีนใช้น้ำมันลดฮวบ ฉุดนำเข้าดิ่ง หลังประชาชนปรับตัวลดพึ่งพลังงานฟอสซิล

จีนใช้น้ำมันลดฮวบ ฉุดนำเข้าดิ่ง หลังประชาชนปรับตัวลดพึ่งพลังงานฟอสซิล

12 มิถุนายน 2569

จีนส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ หลังความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงแรงจากรถยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ ส่งผลนำเข้าน้ำมันดิบร่วงหนักและกดดันตลาดพลังงานโลก

ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลง หลังจากสงครามอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สาม โดยปัจจัยที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์และผู้ค้าพลังงานทั่วโลก ไม่ใช่เพียงความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง แต่คือการที่จีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก มีความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

ข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ยอดจำหน่ายน้ำมันเบนซินของบริษัทซิโนเปค (Sinopec) ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของจีนและโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ลดลง 8% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดขายน้ำมันดีเซลลดลง 6%

 

แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันของจีนจะชะลอตัวลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้าลงและการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า แต่การลดลงล่าสุดถือว่ารุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์

 

ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลก โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่าการใช้เบนซินและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในจีนลดลงราว 20% ในเดือนเมษายน ขณะที่บริษัทวิจัย GL Consulting ของจีนประเมินว่าลดลงประมาณ 15%

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ การลดลงของการใช้น้ำมันไม่ได้เกิดจากประชาชนเดินทางน้อยลงเหมือนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โดยข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมจีนระบุว่า การเดินทางด้วยรถไฟในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนเพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าระดับการเติบโตเฉลี่ยในปีก่อนที่ประมาณ 5%

จีนใช้น้ำมันลดฮวบ ฉุดนำเข้าดิ่ง หลังประชาชนปรับตัวลดพึ่งพลังงานฟอสซิล

 

นอกจากนี้ การใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินและรถแท็กซี่ ซึ่งหลายเมืองได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน กองทัพรถยนต์ไฟฟ้าของจีนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถูกใช้งานมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปริมาณการชาร์จไฟฟ้าในเดือนเมษายนพุ่งขึ้น 69% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

นักวิเคราะห์จากเจพี มอร์แกน ระบุว่า ผู้บริโภคชาวจีนกำลังตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางต้นทุนเชื้อเพลิง น้ำมันดีเซล และค่าโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้น โดยหันไปเลือกใช้รูปแบบการเดินทางที่พึ่งพาน้ำมันน้อยลง

 

ผลจากแนวโน้มดังกล่าวทำให้จีนลดการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างมากนับตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามอิหร่าน ส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำมันจากคลังสำรองที่สะสมไว้ในช่วงราคาถูก ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการที่ช่องแคบฮอร์มุซเกือบถูกปิด และช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก

 

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนในเดือนพฤษภาคมลดลงถึง 29% เหลือเพียง 7.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี หลังจากเดือนเมษายนลดลงมาแล้ว 20%

 

นักวิเคราะห์มองว่า แม้ระดับการนำเข้าที่ต่ำเช่นนี้อาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาวหากจีนไม่ดึงน้ำมันจากคลังสำรองเพิ่มเติม แต่หากพฤติกรรมการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ยังคงดำเนินต่อไป ก็อาจเร่งให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของจีนเข้าสู่ภาวะขาลงถาวร ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุปสงค์น้ำมันโลก

จีนใช้น้ำมันลดฮวบ ฉุดนำเข้าดิ่ง หลังประชาชนปรับตัวลดพึ่งพลังงานฟอสซิล

 

ด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใช้ดีเซลรายใหญ่ของจีน ก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี ผู้ค้าพลังงานในมณฑลกวางตุ้งเปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างหลายแห่งที่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลท้องถิ่นเริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่องในการจัดซื้อน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ยอดขายน้ำมันของบริษัทลดลงถึงครึ่งหนึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

 

ขณะที่ผู้ค้าพลังงานในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนระบุว่า ความต้องการใช้น้ำมันจากภาคโลจิสติกส์ เหมืองแร่ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งลูกค้ากลุ่มก่อสร้างจำนวนมากได้เปลี่ยนจากรถบรรทุกดีเซลไปใช้รถบรรทุกไฟฟ้าแล้ว

 

สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป ซิโนเปคคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยานของจีนในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จะลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ก่อนเกิดสงครามอิหร่านที่ประเมินว่าการใช้ดีเซลจะลดลง 6% และเบนซินลดลง 5% ตลอดทั้งปี

 

ในช่วงวันหยุดแรงงานเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมจีนรายงานว่า รถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าหรือระบบไฮบริดมีสัดส่วนถึงหนึ่งในสี่ของรถทั้งหมดบนทางหลวง เพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งในสามจากปีก่อน ขณะที่บริษัทเรียกรถรายใหญ่ของจีนอย่าง ตีตี (DiDi) เปิดเผยว่า กว่าครึ่งของการเช่ารถในช่วงวันหยุดดังกล่าวเป็นรถไฟฟ้าหรือไฮบริด เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อน

จีนใช้น้ำมันลดฮวบ ฉุดนำเข้าดิ่ง หลังประชาชนปรับตัวลดพึ่งพลังงานฟอสซิล

 

นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยพลังงาน Rystad Energy ระบุว่า คำถามสำคัญในขณะนี้คือ พฤติกรรมการใช้พลังงานที่เปลี่ยนไปของชาวจีนจะกลายเป็นแนวโน้มถาวรหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับน้ำมันเบนซินนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าการลดลงของความต้องการใช้งานบางส่วนจะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว

 

หากแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จีนอาจไม่ใช่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนความต้องการน้ำมันโลกเหมือนในอดีตอีกต่อไป และอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันโลกในระยะยาว แม้จะยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลางก็ตาม

ข่าวล่าสุด

“รักชนก” จี้ สตง. เปิดผลสอบตึกถล่ม-เคลียร์ปมอาคารร้าง ก่อนของบสร้างใหม่

“รักชนก” จี้ สตง. เปิดผลสอบตึกถล่ม-เคลียร์ปมอาคารร้าง ก่อนของบสร้างใหม่