posttoday
OpenAI พบ AI หลุดระบบเพิ่ม เร่งสอบเหตุแฮ็ก จุดกระแสกังวลทั่วโลก

OpenAI พบ AI หลุดระบบเพิ่ม เร่งสอบเหตุแฮ็ก จุดกระแสกังวลทั่วโลก

01 สิงหาคม 2569

OpenAI พบหลักฐาน AI อัตโนมัติหลุดสภาพแวดล้อมทดสอบเพิ่ม ระหว่างสอบสวนเหตุแฮ็ก Hugging Face จุดกระแสเรียกร้องคุมเข้ม AI ทั่วโลก

OpenAI เปิดเผยว่าพบหลักฐานเพิ่มเติมว่า AI Agent หรือระบบปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติหลายตัวสามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมที่ใช้ทดสอบได้ ระหว่างการขยายผลสอบสวนเหตุการณ์แฮ็กที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเทคโนโลยี Hugging Face ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในช่วงเดือนนี้

 

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า การค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการตรวจสอบกรณีที่ AI Agent ของ OpenAI หลุดออกจากระบบทดสอบที่ควรมีการจำกัดขอบเขตการทำงาน โดย OpenAI ได้ขยายการสืบสวนไปยังเหตุการณ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันด้วย

 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวยืนยันว่าเหตุการณ์ที่ตรวจพบเพิ่มเติมมีขอบเขตจำกัด และยังไม่มีหลักฐานว่า AI Agent เหล่านี้หลุดออกไปนอกเครือข่ายของ OpenAI

 

โฆษกของ OpenAI อ้างถึงแถลงการณ์ของบริษัทเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่ากำลังตรวจสอบ "พฤติกรรมในวงกว้างของโมเดล AI" ควบคู่กับการสอบสวนเหตุการณ์บุกรุกระบบของ Hugging Face

 

แม้เหตุการณ์ที่พบเพิ่มเติมจะมีขอบเขตจำกัด แต่ก็อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ เร่งออกมาตรการกำกับดูแล AI ที่มีความสามารถสูงมากขึ้น

OpenAI พบ AI หลุดระบบเพิ่ม เร่งสอบเหตุแฮ็ก จุดกระแสกังวลทั่วโลก

 

รายงานระบุว่า OpenAI เริ่มขยายการสอบสวนไม่นานก่อนที่ Anthropic ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ จะเปิดเผยว่า AI Agent ของบริษัทก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกรุกระบบของบริษัทอื่นอีก 3 แห่ง นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยการค้นพบเหตุการณ์ AI หลุดระบบเพิ่มเติมของ OpenAI ยังไม่เคยมีการรายงานต่อสาธารณะมาก่อน

 

นักวิจัยด้านความปลอดภัย AI มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำสามารถพัฒนา AI Agent ที่มีศักยภาพในการโจมตีทางไซเบอร์ได้รวดเร็วกว่าความสามารถในการควบคุมและกำกับดูแล

 

มอริซ คิโอโด นักคณิตศาสตร์จากศูนย์ศึกษาความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ระบุว่า อุตสาหกรรม AI กำลังเผชิญปัญหาที่ผู้พัฒนาเทคโนโลยียังไม่สามารถรับมือกับความเสี่ยงและควบคุมระบบที่ตนเองสร้างขึ้นได้อย่างเพียงพอ

 

สำนักข่าว Reuters ไม่สามารถยืนยันจำนวนเหตุการณ์ที่ OpenAI ตรวจพบ รวมถึงช่วงเวลาหรือเงื่อนไขของแต่ละเหตุการณ์ได้ โดยแหล่งข่าวระบุว่า OpenAI และผู้เชี่ยวชาญภายนอกกำลังตรวจสอบข้อมูลบันทึกการทำงานย้อนหลัง เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ก่อนหน้านี้ OpenAI เริ่มการสอบสวนหลัง AI Agent ของบริษัทก่อเหตุบุกรุกระบบของ Hugging Face ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ระหว่างการทดสอบภายในที่ผิดพลาด ส่งผลให้บัญชีผู้ใช้งานของอีก 4 บริษัทถูกเจาะระบบด้วย หนึ่งในนั้นคือบริษัท Modal ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนครนิวยอร์ก

 

ผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความกังวลว่า ทั้ง OpenAI และ Anthropic อาจไม่ได้ติดตามการทำงานของ AI Agent แบบเรียลไทม์ ทำให้ตรวจพบความผิดปกติล่าช้า โดย Anthropic ยอมรับในแถลงการณ์ล่าสุดว่า หากมีการเฝ้าระวังบันทึกการทำงานแบบเรียลไทม์ ก็อาจตรวจพบปัญหาได้เร็วกว่านี้ แม้บริษัทจะระบุว่ามีระบบติดตามอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับความเสี่ยงในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างบริษัทกับพันธมิตร

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ และยุโรปให้เร่งกำหนดมาตรการควบคุม AI ขั้นสูง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่ารัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการควบคุมเพิ่มเติม ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าได้หารือกับ OpenAI และ Anthropic เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

 

ด้านมาร์ก วอร์เนอร์ สมาชิกอาวุโสพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ของ Anthropic ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่กฎหมายควรกำหนดให้โมเดล AI ขั้นสูงต้องผ่านการทดสอบด้านศักยภาพและความปลอดภัยก่อนนำไปใช้งานอย่างเป็นทางการ.

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลคุมเข้มบริษัทสกัดนอมินี เริ่ม 1 ส.ค. ตรวจผู้ถือหุ้น-เส้นทางเงิน

รัฐบาลคุมเข้มบริษัทสกัดนอมินี เริ่ม 1 ส.ค. ตรวจผู้ถือหุ้น-เส้นทางเงิน