
คนไทยป่วย "มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ" วันละ 7 คน เสียชีวิตวันละ 3 คน!
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลสำคัญ พบคนไทยป่วย "มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ" วันละ 7 คน เสียชีวิตวันละ 3 คน! ส่วนมากในวัย 50-70 ปี
ข้อมูลจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยตัวเลขสำคัญ พบ คนไทยป่วยด้วย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ รายใหม่เฉลี่ยวันละ 7 คน หรือกว่า 2,718 คนต่อปี ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยวันละ 3 คน หรือ 1,018 คนต่อปี โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 3-4 เท่า และส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
ข้อมูลในเว็บไซต์ของ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ระบุว่า มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer) เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในมะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะ พบมากในเพศชาย ช่วงอายุ 50 – 70 ปี เกิดจากเยื่อบุภายในกระเพาะปัสสาวะมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ จนกลายเป็นก้อนเนื้อขึ้นมา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก้อนเนื้อนี้สามารถเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงและต่อมน้ำเหลืองได้
สาเหตุของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
สาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง
ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ การสูบบุหรี่ เพราะควันบุหรี่มีสารก่อมะเร็งที่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และขับถ่ายออกทางกระเพาะปัสสาวะได้ การสูบบุหรี่จึงทำให้กระเพาะปัสสาวะสัมผัสกับสารก่อมะเร็งโดยตรง ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสีและสารเคมีที่มีส่วนประกอบของสารอะนีลีน (aniline) หรือไฮโดรคาร์บอน เช่น สีย้อมผ้า น้ำยาย้อมผม อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและผู้บริโภคขัณฑสกร
นอกจากนี้ การระคายเคืองและการอักเสบเนื่องจากก้อนนิ่ว การใส่สายระบายน้ำปัสสาวะเป็นเวลานานต่อเนื่อง หรือการติดเชื้อพยาธิชนิดหนึ่งที่ชอบไข่อยู่ตามผนังในกระเพาะปัสสาวะจะกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุภายในทางเดินปัสสาวะ เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งขึ้น และผู้ที่เคยรักษามะเร็งอย่างอื่นด้วยวิธีการฉายแสงบริเวณเชิงกรานหรือด้วยเคมีบำบัดก็เป็นสาเหตุชักนำให้เกิดโรคนี้
อาการของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
อาการที่น่าสงสัยและควรรีบพบแพทย์คือ ปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่มีอาการเจ็บปวด ถ้ารุนแรงอาจจะเป็นเลือดสดๆ ถ้าไม่รุนแรงอาจมีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ บางรายอาจมีเพียงอาการปัสสาวะบ่อยและมีอาการปวดขณะเบ่งปัสสาวะ โดยปวดบริเวณท้องน้อยหรือปลายท่อปัสสาวะ ส่วนในระยะลุกลามจะมีอาการปวดท้องน้อยซึ่งไม่สัมพันธ์กับการถ่ายปัสสาวะ และเมื่อมะเร็งมีการลุกลามจนอุดตันของท่อไต ทำให้ผู้ป่วยมีอาการของภาวะไตวาย เช่น คลื่นไส้อาเจียน น้ำปัสสาวะลดลง และปวดหลัง ซึ่งเกิดจากไตบวมได้
สำหรับเลือดในปัสสาวะสามารถสังเกตได้คือ มักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันโดยทั่วไปจะไม่เกิดอาการเจ็บปวด เลือดในปัสสาวะอาจมีปริมาณน้อยและปรากฏเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาล และอาการเลือดออกอาจออก ๆ หาย ๆ หรือเกิดขึ้นเพียงครั้งหรือสองครั้ง
วิธีป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ก่อนนอน เพราะจะมีการคั่งค้างขอสารก่อมะเร็งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน
- หากปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรมสี ยาง สายไฟฟ้า และพลาสติก ควรระวังขณะรับประทานอาหาร เพราะสีอาจติดมือปะปนอยู่ในอาหารได้ ฉะนั้นจึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
- เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นเมื่อมีอาการผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ







