posttoday
“อภิสิทธิ์” ค้าน กู้ 4 แสนล้าน ชี้เสี่ยงเศรษฐกิจพัง แนะลดภาษีน้ำมันแทน

“อภิสิทธิ์” ค้าน กู้ 4 แสนล้าน ชี้เสี่ยงเศรษฐกิจพัง แนะลดภาษีน้ำมันแทน

13 พฤษภาคม 2569

“อภิสิทธิ์” เตือนรัฐบาลหยุดใช้วาทกรรม “คนอื่นก็เคยทำ” อ้างความชอบธรรมกู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้สถานการณ์ปัจจุบันต่างจากวิกฤตในอดีต หวั่นซ้ำเติมเงินเฟ้อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแสดงความกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยระบุว่าการออก พ.ร.ก. เป็นข้อยกเว้นทางกฎหมายที่ใช้อำนาจฝ่ายบริหารกู้เงินโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากสภาฯ ซึ่งควรใช้เฉพาะในสถานการณ์วิกฤตที่กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเท่านั้น

 

โต้รัฐบาลอ้างอดีต สถานการณ์ปัจจุบัน “ไม่ใช่พายุหนัก”

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า รัฐบาลไม่ควรเปรียบเทียบการกู้ครั้งนี้กับวิกฤตต้มยำกุ้งหรือช่วงโควิด-19 เนื่องจากขณะนั้นเศรษฐกิจติดลบและหยุดชะงักอย่างหนัก แต่ปัจจุบันตัวเลขเศรษฐกิจยังมีการเติบโต ทั้งภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคที่เพิ่มขึ้น จึงตั้งคำถามว่าความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจอยู่ตรงไหน พร้อมเปรียบเปรยว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นเพียง “ฝนตกปรอยๆ” ไม่ใช่พายุหนักจนต้องใช้มาตรการรุนแรงแบบเดิม

 

หวั่นเงินกู้ 2 แสนล้านแรก ซ้ำเติมเงินเฟ้อ

สำหรับการแบ่งเงินกู้ก้อนแรก 2 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาและอัดฉีดเศรษฐกิจภายใน 4 เดือน นายอภิสิทธิ์มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและอาจซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้นจากราคาสินค้าที่แพงอยู่แล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการแจกเงินในระยะสั้นแบบไม่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางที่สุด เป็นการฉวยโอกาสอ้างความมั่นคงเพื่อหาเสียงทางการเมืองหรือไม่

เสนอทางออก  ลดภาษีสรรพสามิต-เก็บภาษีลาภลอย

ฝ่ายค้านเสนอแนวทางแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาค่าครองชีพ โดยไม่ต้องสร้างหนี้เพิ่ม ดังนี้

1.ลดหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน : เพื่อดึงราคาน้ำมันดีเซลลงเหลือ 33 บาท ซึ่งใช้เงินน้อยกว่างบเยียวยาของรัฐบาลมาก

2.เก็บภาษีลาภลอย : เพื่อนำรายได้มาช่วยลดราคาน้ำมันให้เหลือ 30 บาท

3.เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : เน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยใช้วิธีการโอนงบประมาณปี 2570 แทนการกู้

 

จี้ทบทวนงบพลังงานอีก 2 แสนล้าน

ส่วนเงินกู้อีก 2 แสนล้านบาทที่จะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นายอภิสิทธิ์มองว่าไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจเร่งด่วน และยังขาดการเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สายส่งไฟฟ้า ซึ่งอาจกลายเป็นการสนับสนุนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มในไทย

 

นายอภิสิทธิ์ทิ้งท้ายว่า แม้รัฐบาลจะมีอำนาจตามกฎหมาย แต่ควรรับฟังเสียงทัดทานและเปลี่ยนใจจากการกู้เงินมาเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ เพื่อลดภาระหนี้ผูกพันของคนรุ่นหลังและรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพุธที่ 13 พ.ค. 69

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพุธที่ 13 พ.ค. 69