สัปดาห์หนังสือฯ 69 เงินสะพัด 534 ล้าน ดันไทยขึ้นฮับลิขสิทธิ์เอเชีย
งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 54 ปิดฉากสวยงาม ยอดคนเดินทะลุ 1.3 ล้านคน แม้วิกฤตพลังงานรุมเร้า แต่ยอดขายลิขสิทธิ์โตพุ่ง 50% สะท้อนศักยภาพ Soft Power ไทยในระดับสากล
KEY
POINTS
- งานสัปดาห์หนังสือฯ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้สูงถึง 534 ล้านบาท จากผู้เข้าชมงานกว่า 1.3 ล้านคน
- การซื้อขายลิขสิทธิ์นานาชาติมีมูลค่ารวมกว่า 90 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางลิขสิทธิ์ของเอเชีย
- มีแผนต่อยอดอุตสาหกรรมหนังสือสู่แพลตฟอร์มสร้างสรรค์อื่น ๆ เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์ และเกม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Book Economy)
"Read The Legend": เมื่อหนังสือไม่ใช่แค่กระดาษ แต่คือฟันเฟืองขับเคลื่อน GDP
ท่ามกลางความผันผวนของวิกฤตพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภาคครัวเรือน
แต่อุตสาหกรรมหนังสือไทยกลับโชว์ศักยภาพการฟื้นตัวที่น่าทึ่ง ในการปิดฉากงาน "สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24" ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ซึ่งสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้สูงถึง 534 ล้านบาท จากผู้เข้าชมงานกว่า 1.3 ล้านคน ตลอดระยะเวลา 12 วัน
นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์นี้ว่า "แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แต่บรรยากาศภายในงานยังคงคึกคักเกินคาด สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสำคัญกับหนังสือในฐานะแหล่งความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และแรงบันดาลใจในชีวิต"
โครงสร้างผู้บริโภคและพฤติกรรมการจ่าย
ข้อมูลเชิงสถิติระบุชัดเจนว่า Gen Z (46.26%) และ Gen Y (33.71%) คือกลุ่มเป้าหมายหลักที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดหนังสือยุคใหม่ โดยส่วนใหญ่มีแผนการใช้จ่ายเฉลี่ย 500–1,500 บาทต่อคน
สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้กลยุทธ์ "กระทรวงว่าการนักอ่านมืออาชีพ" ที่ดึง Content Creator กว่า 200 คนมาสร้างกระแสบนโลกโซเชียล เปลี่ยนภาพลักษณ์การอ่านจากเรื่องส่วนบุคคลให้กลายเป็น "ไลฟ์สไตล์สุดเทรนดี้"
Bangkok Rights Fair: จุดเปลี่ยนสู่ฮับหนังสือเอเชีย
มิติที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่สุดคือ การซื้อขายลิขสิทธิ์นานาชาติ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 90 ล้านบาท พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 50% ผ่านกิจกรรม Bangkok Rights Fair 2026 ซึ่งมีบริษัทและนักเขียนจาก 24 ประเทศเข้าร่วม โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญอย่าง เกาหลี ไต้หวัน จีน และอินเดีย
ความสำเร็จนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ยอดขายหนังสือภายในงาน (444 ล้านบาท) แต่เป็นการวางรากฐานสู่ Book Economy อย่างเต็มรูปแบบ
นายณัฐกรได้ย้ำถึงก้าวต่อไปว่า "สมาคมฯ เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อน Book Economy อย่างต่อเนื่อง ด้วยการต่อยอดอุตสาหกรรมหนังสือสู่แพลตฟอร์มสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม และเว็บตูน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้คอนเทนต์ไทย และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจประเทศในระยะยาว"
การสนับสนุนจากภาครัฐและ Soft Power
การผสานพลังร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผ่านนิทรรศการระดับพรีเมียมและการเจรจาธุรกิจเชิงรุก ทำให้งานสัปดาห์หนังสือฯ ไม่ได้เป็นเพียงตลาดขายปลีก แต่กลายเป็น "Exhibition & Business Matching" ระดับโลกที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ Soft Power ของไทยให้แข็งแกร่งในเวทีสากลอย่างเป็นรูปธรรม


